CHARITY DISTRIBUTION FILES
2600 YEARS
PLEASE DOWNLOAD THE NEW REVISED VERSION   
Download Lastest Version
THE ABSOLUTE TRUTHS NEVER DIE BY THE BUDDHA   
แก่นสารแห่งพุทธธรรม
Visit Siripat.Com
   Return to Siripat.com and Academiae Network
  คำแนะนำ   
 
การเจริญภาวนาให้เกิดญาณสัมปยุตต์แห่งปรมัตถสัจจะด้วยปัญญาภูมิอันพึงเกิดแด่โยคาวจรทั้งหลาย   
 
ความตรัสรู้อริยสัจจ์ย่อมเป็นสมุฏฐานแห่งสัพพัญญุตญาณอานิสงส์อันไพบูลย์ด้วยปัญญาญาณ   
 ท่านสามารถศึกษาธรรมะผ่านไฟล์ Text–WordDoc–PDF–HTML–ASP และ JAVA Script Webpages  
Download Now
Download Now
พุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี แห่งความตรัสรู้
 เชิญชาวพุทธร่วมฉลองด้วยการศึกษาอริยธรรมและประพฤติพรหมจรรย์แห่งพระธรรมวินัยนี้
Download Siripat RSS Feed
Check Out
 
รู้อยู่ที่ใจ ดูอยู่ที่ใจ เห็นอยู่ที่ใจ        
เพ่งอยู่ที่ใจ กำหนดอยู่ที่ใจ         
          ให้เห็นความแจ้ง ความสว่าง ความสงบ ขึ้นในใจ     หลวงปู่ทา จารุธัมโม
คำถาม FAQ อาจารย์นิธี ศิริพัฒน์    
ฉบับเฉลิมฉลอง “พุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี” ใน “วันวิสาขบูชา–มาฆบูชา–อาสาฬหบูชา“ ตลอดปี    
Siripat.Com and Academiae Network    
    You're Visiting the Buddhism Webpage. Enjoy Learning the Noble Virtues.
Last Modified:   July 23, 2019 5:04 PM  ||        

 
| Main Page | About Us | Academics | Miscellany | Log In | Email | Contact Us |  
  Hi Guest!... May I have a talk with you. I think it's very nice and useful guidance.  
 
ขนาดอักษรมาตรฐานหน้านี้ 18 PT
    ขนาดอังกษร 18 PT     สัพเพเหระกับผู้เขียน Author Miscellancy 2012


Visitor Number:
4675601
กัลยาณมิตรสัมพันธ์
(Friendship Relations)
 
ทศบารมี–คุณธรรมประพฤติปฏิบัติปฏิปทาอย่างยิ่งยวด : ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขา
ผู้ถือสมณเพศ: ย่อมได้ชื่อว่า – เป็นนรชนแห่งอริยบุคคลผู้มีคุณสมบัติจะเป็นพระพุทธเจ้าในกาลประโยชน์ข้างหน้าโดยปรมัตถ์
 
(Jirapa Chuaybua 2019 | A Good Friend from SBC: Sky Boon Club)
   กัลยาณมิตตตา (Having Good Friends)

กัลยาณมิตตตา หมายถึง ความมีกัลยาณมิตร คือ มีผู้แนะนำ สั่งสอน ที่ปรึกษา พื่อนที่คบหา และบุคคลผู้แวดล้อมที่ดี ความรู้จักเลือกเสวนาบุคคล หรือเข้าร่วมหมู่กับท่านผู้ทรงคุณทรง ปัญญามีความสามารถ ซึ่งจะช่วยแวดล้อม สนับสนุน ชักจูง ชี้ช่องทาง เป็นแบบอย่าง ตลอดจนเป็นเครื่องอุดหนุนเกื้อกูลแก่กัน ให้ดำเนินก้าวหน้าไปด้วยดี ในการศึกษาอบรม การครองชีวิต การประกอบกิจการ และธรรมปฏิบัติ สิ่งแวดล้อมทางสังคมที่ดี ข้อนี้เป็น องค์ประกอบภายนอก
   
  คลิกศัพท์ภาษาอังกฤษ ๒ ครั้ง เพื่อดูความหมายเพิ่มเติม
   
พุทธพจน์
[๑] “ภิกษุทั้งหลาย เมื่อดวงอาทิตย์อุทัยอยู่ ย่อมมีแสงอรุณขึ้นมาก่อน เป็นบุพนิมิต ฉันใด ความมีกัลยาณมิตรก็เป็นตัวนำ เป็นบุพนิมิต แห่งการเกิดขึ้นของอารยอัษฎางคิกมรรค แก่ภิกษุ ฉันนั้น”
[๒] “ความมีกัลยาณมิตร เท่ากับเป็นพรหมจรรย์ (การครองชีวิตประเสริฐ) ทั้งหมดทีเดียว เพราะว่า ผู้มี กัลยาณมิตรพึงหวังสิ่งนี้ได้ คือ จักเจริญ จักทำให้มากซึ่งอารยอัษฎางคิกมรรค”
[๓] “อาศัยเราผู้เป็นกัลยาณมิตร เหล่าสัตว์ผู้มีชาติเป็นธรรมดา ก็พ้นจากชาติ ผู้มีชราเป็นธรรมดา ก็พ้นจาก ชรา ผู้มีมรณะเป็นธรรมดา ก็พ้นจากมรณะ ผู้มีโสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาสเป็นธรรมดา ก็พ้น จากโสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส” 
[๔] “เราไม่เล็งเห็นองค์ประกอบภายนอกอื่นแม้สักอย่างเดียว ที่มีประโยชน์มากสำหรับภิกษุผู้เป็นเสขะ เหมือนความมีกัลยาณมิตร ภิกษุผู้มีกัลยาณมิตร ย่อมกำจัดอกุศลได้ และย่อมยังกุศลให้เกิดขึ้น”
[๕] “ความมีกัลยาณมิตร ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ยิ่งใหญ่, เพื่อความดำรงมั่น ไม่เสื่อมสูญ ไม่อันตรธาน แห่งสัทธรรม”
[๖] “รอยเท้าของสัตว์บกทั้งหลาย ชนิดใดๆ ก็ตาม ย่อมลงในรอยเท้าช้างได้ทั้งหมด รอยเท้าช้าง เรียกว่า
เป็นยอดของรอยเท้าเหล่านั้น โดยความใหญ่ ฉันใด กุศลธรรมทั้งหลาย อย่างใดๆ ก็ตาม ย่อมมีความไม่
ประมาทเป็นมูล ประชุมลงในความไม่ประมาทได้ทั้งหมด ความไม่ประมาท เรียกได้ว่าเป็นยอดของธรรมเหล่า นั้น ฉันนั้น”
         
       
    มัชฌิมาปฏิปทา—กระแสวิถีแห่งปัญญา
  นั่นคือ ทางแห่งปัญญา ๓ ประการ ด้วยปฏิปทาอันยิ่งยวดสมควรแก่ธรรม เพื่อดับทุกข์ทั้งปวง ดังนี้
  (๑) เริ่มด้วยปัญญา คือ อธิปัญญาสิกขา ด้วยการเจริญมรรคา ได้แก่ สัมมาทิฏฐิ สัมมสังกัปปะ = พระอภิธรรมปิฎก
  (๒) ดำเนินด้วยปัญญา คือ อธิสีลสิกขา ด้วยการเจริญมรรคา ได้แก่ สัมมาวาจา สัมมกัมมันตะ สัมมาอาชีวะ = พระวินัยปิฎก
  (๓) นำไปสู่ปัญญา คือ อธิจิตตสิกขา ด้วยการเจริญมรรคา ได้แก่ สัมมาวายามะ สัมมสติ สัมมาสมาธิ = พระสุตตันตปิฎก
 
ภาพรวมการเจริญภาวนากรรมฐาน (นิพพาน)
   
 



 
ฟรีดาว์นโหลด PDF Reader
ดาว์นโหลดและติดตั้งโปรแกรม
Adobe
Reader ®
Download and Install
Downloading,
Installing,
Setting Up
ติดตั้งได้เลย




พุทธศิลป์หลวงพระบาง
รับข้อมูลข่าวสาร RSS

อ่าน RSS Feed
บทความพุทธธรรมอุดม
ยิ่ง - คุณค่าแห่งภูมิปัญญา

      ฟังเพลงคลาสสิคเพื่อเจริญปัญญา
  Luciano Pavarotti — 'O sole mio
  Uploaded on Sep 6, 2007
Jirapa Chuaybua (2019)
 
   

  บทบาท พระพุทธศาสนา พุทธปรัชญา พุทธศาสตร์ ต่อสังคมโลกยุคใหม่

พระพุทธศาสนาคือแหล่งเกิดสรรพปัญญาทั้งหลายของมวลมนุษยชาติอย่างแท้จริงอันเป็นมรดกโลกทุกยุคสมัย
Buddhism becomes the origin of entire knowledge for humankinds as the forever heritages of the world.
 เขียนให้อ่านฟรี อ่านน่ะลูกหลานเอ้ย ไม่คิดเงินหรอก จะได้ปัญญาบารมีเพื่อสืบทอดพระศาสนาดีๆ ในโลกนี้



Source: Siripat.Com: Special Annual Article 2016. 16. How to Think of One’s Own Egocentricism.
  URL = Http://www.Siripat.Com/Annual-Special-Articles-2016/16. How-to-Think-of-One-s-Own-Egocentricism-2016.asp

Source: Siripat.Com: Special Annual Article 2016. 15. The Origin of All Phenomena.
  URL = Http://www.Siripat.Com/Annual-Special-Articles-2016/15. The-Origin-of-All-Phenomena-2016.asp


 ความถึงพร้อมไพบูลย์ด้วยปัญญาแห่งโลกียะกับโลกุตตระ [The Accomplishment of Entire Wisdoms]

พุทธศาสนิกชนพึงเข้าถึงปัญญา ระหว่าง พระพุทธศาสนา–พุทธปรัชญา–พุทธศาสตร์

ในคำว่า “โลก” นั้น ได้จำแนกแยกออกเป็น ๒ ภูมิหลักๆ คือ (๑) “โลกียะ” ได้แก่ กามาวจรภูมิ–รูปาวจรภูมิ–อรูปาวจรภูมิ ซึ่งเรียกว่า “ทุคติ–สังสารทุกข์–วัฏฏะ” กับ (๒) “โลกุตตระ” ได้แก่ โลกุตตรภูมิ ซึ่งเรียกว่า “อปริยาปันนภูมิ–วิวัฏฏะ” นั่นคือ ความเป็นพระอรหันตขีณาสพ แล้วพากันไปปฏิบัติธรรมนั้น เคยคิดถึงข้อประเด็นนี้บ้างหรือไม่ หรือไปกันตามแฟชั่นสมัยนิยมแค่นั้นเอง จุดประสงค์หลักในการปฏิบัติธรรมนั้น ก็เพื่อความหลุดพ้นจากวัฏฏะเป็นสำคัญ ไม่ใช่เพื่อให้รวยยิ่งขึ้นด้วยกิเลสตัณหา ถ้าขึ้นต้นนับผิด มันก็ย่อมผิดไปตลอดเพราะความไม่รู้จริงแห่งอวิชชา จะไปโทษใครได้ เพราะไม่รู้จักไตร่ตรองคิดเอาเองเสียบ้าง ทำไมต้องให้คนอื่นมาสั่งสอนมากนัก พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงชี้แนะให้พึ่งตนเองเป็นสรณะด้วยพระรัตนตรัย อย่าไปเชื่อผี ผีบ้าผีบอร่างทรง อะไรทำนองนั้น คือ ถ้าใช่ มันก็ใช่ แต่ส่วนใหญ่มันไม่ใช่ การปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนานั้น สอนให้ทำใน ธรรม ๓ อย่าง ได้แก่ (๑) ไม่ทำชั่วทั้งปวง (๒) พร้อมทำดีได้ตลอด (๓) ชำระจิตใจให้สะอาด นั่นคือ เจริญภาวนาสมาธิให้เป็นมั่นคงแห่งจิต ประกอบความเพียร ด้วยมีสติสัมปชัญญะ หมายถึง ความระลึกรู้ตัวทั่วถ้วนด้วยใช้เหตุผล และ “ปัญญาในสมาธิ” [วิชชา ๓–วิชชา ๘–อภิญญา ๖ แห่งจตุตถฌาน: อุเบกขา–เอกัคคตาแห่งสมาธิ] กับ “ปัญญาในวิปัสสนา” [อนุปัสสนา ๗–มหาวิปัสสนา ๑๘–ญาณ ๑๖] ในปัญญาเหล่านี้ ย่อมสร้างสรรค์ปั้นแต่งด้วยจิตแห่งจิตของตนเองทั้งนั้น ไม่ใช่จากคนอื่นจะมาทำให้แก่ตนที่ไหนเหล่านิ....! อธิคมธรรมหรืออุตตริมนุสสธรรมในพระธรรมวินัยนี้ อุบัติหรืออุปปาทะภายในตนแห่งธรรมกาย [จตุสติปัฏฐานกรรมฐาน] ไม่ใช่ไปเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก [ดิรัจฉานวิชา–วิชาความรู้ไม่ได้ช่วยในการดับทุกข์ได้จริง มีแต่พอกพูนกิเลสความเกลียดชังกัน คิดร้ายต่อกัน เบียดเบียนกัน] ซึ่งเป็นได้แค่ ปัญญา ๒ คือ สุตมยปัญญา–ปรโตโฆสะ กับ จินตามยปัญญา–โยนิโสมนสิการ แบบโลกๆ ผสมกิเลสตัณหา [ปปัญจะ ๓: ตัณหา–ทิฏฐิ–มานะ] ปัญญาทั้ง ๒ นี้ ก็ไม่ใช่ของเสียอะไรนัก แต่ทำให้คนไม่รู้จริงเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะไม่สิ้นสุด คือ เป็นหมาเป็นคนสลับกันไปทุกขณะจิต ให้พิจารณาปัญญาทั้ง ๒ นี้ และทำให้ได้ ดังนี้

ทักษะการคิดขั้นสูง [วิธีทางวิทยาศาสตร์]

[A] ทักษะการคิดซับซ้อน [วิชชา ๓–ปริญญา ๓–ระเบียบวิธีวิจัย = หลักปฏิจจสมุปบาท]

(๑) ทำความกระจ่าง

(๒) สรุปลงความเห็น

(๓) ให้คำจำกัดความ

(๔) วิเคราะห์

(๕) สังเคราะห์

(๖) ประยุกต์ใช้ความรู้

(๗) จัดระเบียบ

(๘) สร้างความรู้

(๙) จัดโครงสร้าง

(๑๐) ปรับโครงสร้าง

(๑๑) หาแบบแผน

(๑๒) พยากรณ์

(๑๓) หาความเชื่อพื้นฐาน

(๑๔) ตั้งสมมติฐาน

(๑๕) พิสูจน์ความจริง

(๑๖) ทดสอบสมมติฐาน

(๑๗) ตั้งเกณฑ์

(๑๘) ประเมิน


[B] ทักษะลักษณะการคิด [อนุปัสสนา ๗–มหาวิปัสสนา ๑๘–วิปัสสนาญาณ ๙ = วุฏฐานคามินีปฏิปทา]

(๑) คิดคล่อง

(๒) คิดหลากหลาย

(๓) คิดละเอียด

(๔) คิดชัดเจน

(๕) คิดอย่างมีเหตุผล

(๖) คิดถูกทาง

(๗) คิดกว้าง

(๘) คิดไกล

(๙) คิดลึกซึ้ง


[C] ทักษะกระบวนการคิด [อริยสัจจ์ ๔–กิจในอริยสัจจ์ ๔ = อริยมรรค ๔–อริยผล ๔]

(๑) คิดวิจารณญาณ

(๒) คิดตัดสินใจ

(๓) คิดแก้ปัญหา

(๔) คิดวิจัย

(๕) คิดริเริ่ม

(๖) คิดสร้างสรรค์


[D] ทักษะควบคุมและประเมินการคิดของตนเอง [ปัจจเวกขณญาณ]

(๑) ตรวจสอบระบบโครงสร้าง

(๒) เฟ้นหาทางเลือกที่ดีที่สุด

(๓) ปรับปรุงขั้นตอนใหม่


แหล่งที่มา: ทิศนา แขมมณี และคณะ, ๒๕๔๙.


แต่เมื่อใดนำปัญญาเหล่านั้นมาชำระในภูมิแห่งภาวนากรรมฐานตามพระสัตถุสาสน์คำสอนของพระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ก็จะเปลี่ยนโลกียะไปเป็นโลกุตตระได้จริง จาก “หมา–แอนด์–คน” ไปเป็น “มนุษย์–และ–เทวดา” [วิสุทธิเทพ–พระอรหันต์ ] ข้ามโคตรไปอยู่ในภูมิแห่งอริยะ อันประเสริฐดียอดเยี่ยม ที่เรียกว่า “อนุปาทิเสสนิพพานธาตุ–พระอเสขะ” [ชีวิตสมสีสี] ถ้าคิดจะปฏิบัติธรรม ต้องไปให้ถึงฝั่งโน้นให้ได้ คือ ภาวนามยปัญญา: ปัญญาในสมาธิ–ปัญญาในวิปัสสนา นั่นคือ ถ้าจะตายก็ให้ตั้งจิตอธิษฐานไว้ด้วย การรู้ตายก่อนที่จะตาย การรู้นิพพานก่อนนิพพาน [ทัสสนานุตตริยะ] และควรรู้ข้อปฏิบัติอันยิ่งยอดไปสู่พระนิพพานนั้น [ปฏิปทานุตตริยะ] ด้วยการหลุดพ้นอันยอดเยี่ยม [วิมุตตานุตตริยะ] ซึ่งจะกลายเป็นภูมิปัญญาแห่งพระอรหันต์ นั่นเอง ในยุคนี้ พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย กำลังเดินทางเข้าสู่ยุคไพบูลย์ด้วยปัญญาทั้งปวงอันท้าทายความหนักปัญญาของเราทั้งหลาย แล้วท่านผู้เจริญแล้วเตรียมตัวพร้อมหรือยัง ก็ด้วยประการฉะนี้

 
Source: Biovisions at Harvard University. Power of Cell Mitochondria: The Inner Life of the Cell
  URL = Http://www.Biovisions.mcb.harvard.edu/Powering the Cell Mitochondria.mp4

การเปรียบเทียบ: วิวัฒนาการทางปัญญาของมวลมนุษยชาติที่ก้าวมาบรรจบกันระหว่างพระพุทธศาสนกับปรัชญาและวิทยาศาสตร์


 สภาวะด้วยสมมาตรอย่างสมบูรณ์แห่งปัญญาภิวัตน์ [The Accomplishment of Wisdom Revolution]

ในศตวรรษที่ ๒๑ นี้ คือ ยุคที่มนุษย์ได้ วิวัตน์ปัญญาถึงภาวะสมมาตรกันระหว่าง พระพุทธศาสนา พุทธปรัชญา พุทธศาสตร์

ในศตวรรษที่ ๒๑ นี้ ได้ชื่อว่า เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ [Learning Society] หรือ สังคมอุดมปัญญา [Knowledge Based Society] เพราะฉะนั้น การประเมินคุณค่าของสังคมจึงกลายเป็นเรื่องการบริหารจัดการทุนทางปัญญา [Intellectual Capital Management] ซึ่งมีความสัมพันธ์อย่างแท้จริงกับต้นทุนทางสังคมไทยที่มีพระพุทธศาสนาเป็นแหล่งกำเนิดภูมิปัญญาชาวบ้านมาแต่ครั้งอดีต แม้จะต่อยอดกันผิดๆ ถูกๆ เพราะความไม่รู้จริงแห่งอวิชชาก็ตาม เทวดาย่อมให้อภัยโทษอันมหันต์นี้แก่ชาวไทยเสมอ เพราะคุยกับเทวดารู้เรื่อง พูดคุยภาษาเดียวกันจึงเกิดเข้าใจถูกต้อง รอดตายไปวันๆ เท่านั้นเอง ยังไม่ยั่งยืน นักวิทยาศาสตร์ทางโลกตะวันตก ถึงดวงอาทิตย์จะตก แต่คนกลุ่มนี้ไม่รู้จักนอนเป็นเวลาเหมือนคนตะวันออก ประกอบความตื่นศึกษาวิจัยค้นคว้าศาสตร์สาขาต่างๆ ลงลึกอย่างดิ่งด่ำลึกซึ้ง จนเกิดอาการนึกว่าตนเองเป็นพระผู้สร้างไปแล้ว ก็เพราะความไม่รู้จริงแห่งอวิชชาอีกเช่นกัน ต้นทุนความโง่ระหว่างสังคมไทยกับต่างประเทศจึงเท่ากันเสมอ ยกเว้น อริยบุคคลผู้บรรลุอธิคมธรรมในขั้นพระอรหันตขีณาสพเท่านั้น ผู้ไร้ปราณีแก่ความโง่เขลาทั้งหลาย สิ่งหนึ่งที่คนไทยไม่ยอมเข้าใจอย่างถูกต้องว่า พระพุทธศาสนาได้มีการศึกษาค้นคว้าวิจัยธรรมแห่งรูปธรรม ที่เรียกว่า “กลาปสัมมสนะ” [การหยั่งรู้รูปธรรมอย่างลึกซึ้งโดยไตรลักษณ์ = สัมมสนญาณ–วิปัสสนาญาณ ๙ โดยพิจารณาสภาวธรรมด้วยหลักปฏิจจสมุปบาทโดยโยนิโสมนสิการอย่างถูกวิธี] คำว่า “กลาปะ–กลาป” นั้น คือ หน่วยรวมเล็กที่สุดมีอะตอมหรืออณูรวมต่ำสุด ๘ หน่วย [วินิพโภครูป ๘: ปฐวี–อาโป– เตโช–วาโย–วัณณะ–คันธะ–รสะ–โอชา (คำข้าว–กวฬิงการาหาร)] ที่เกิดเป็นองค์ประกอบในอินทรียวัตถุในจักรวาล ในความรู้ฝ่ายโลกนั้น นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบระบบโครงสร้างโมเลกุล ด้วย Nanotechnology [One thousand millionth of a metre] และ Nanosecond Technology [เล็ก ๑ ในพันล้านหน่วยต่อวินาที One thousand millionth of a second = NS] ที่เรียกว่า Quarks [ควอร์ค] คือ อนุภาคมูลฐาน ๓ ชั้นที่เป็นรากฐานของมวลทั้งหมดในจักรวาล องค์ความรู้นี้ทำให้มนุษย์เข้าใจอนุภาคแห่งอินทรียวัตถุในระบบโครงสร้างเซลล์สิ่งมีชีวิต ที่เรียกว่า Mitochondrion [ไมทะคอน'ดรีอัน = รูปทรงกลมที่พบในไซโตปลาสซึมของเซลล์เป็นแหล่งเกิดพลังงานในรูปการสังเคราะห์ คำพหูพจน์ คือ Mitochondria ไมทะคอน'เดรีย ในวงการแพทย์สมัยใหม่ ค้นพบการรักษาสุขภาพด้วยสารอาหารที่ใช้เลี้ยงจุลินทรีย์นี้ให้แข็งแรง เป็นการปรับระบบโครงสร้าง DNA ให้แข็งแรง ไม่ต้องใช้ยาเคมีอันเป็นทางเลือก “ได้อย่างแล้วเสียอย่าง” ไม่ครบองค์รวม [Holism] เช่น คนเป็นเบาหวาน กินยามาก น้ำตาลลด ตับดี แต่เป็นโรคไตต่อ ก็มี โรคหัวใจ กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ สมองเสื่อม เป็นของแถม ในร่างกายมนุษย์มีเซลล์มากกว่า 100 Trillion Cells (1,000,000,000,000,000,000 = 1018) ซึ่งแต่ละวินาทีจะมีปฏิกิริยาเคมีในร่างกายมากกว่า 500 Quadrillion /Second Chemical Reactions (500,000,000,000,000,000,000,000,000 = 1024) แค่นี้เอง] ที่ทำหน้าที่สนับสนุนพัฒนารหัสพันธุกรรม [DNA: Deoxyribonucleic Acid] โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างพลังงานชีวิต [ทางธรรมให้ชื่อว่า “เทวดาประจำองค์” ของแต่ละคน] แต่ที่เหนือกว่านั้น จิตอันเป็นธรรมชาติวิจิตรของมนุษย์ทำหน้าที่กำหนดความต่างแห่งกรรม ให้ชีวิตของตนสมบูรณ์หรือบกพร่องได้ ก็มาจาก “สัญเจตนา” [อภิสังขาร ๓: บุญ–บาป–อาเนญชา (จตุตถฌาน–อรูปฌาน ๔ ) ถ้าได้ฌานที่ ๔ เรียกว่า “จิตประภัสสร” จิตปราศจากนิวรณ์ อันเป็นฐานสำคัญแห่งบาทฐานก้าวไปสุ่ความเป็นอริยบุคคล ในสมาธิแห่งจตุตถฌานนั้น จะประกอบด้วย วิชชา ๓: ปุพเพนิวาสนุสติญาณ–จุตูปปาตญาณ–อาสวักขยญาณ] นั่นเอง ดังนั้น ยิ่งศาสตร์ทางโลกก้าวหน้ามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นการยืนยันหลักธรรมในพระพุทธศาสนาว่าเป็นจริงเท่านั้น แล้วทำไมพวกเราทั้งหลายไม่ศึกษาให้จริงจังตามพระสัตถุสาสน์คำสอนของพระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างจริงจังสักที และทำไมยังชักชวนกันประมาทพระธรรมอยู่อีก อย่าเป็นเพราะทำจิตถึงญาณไม่ได้จริง แล้วหาเรื่องว่าไม่มีจริงก็แล้วกัน อย่าให้อวิชชาปิดบังปัญญาอีกต่อไปเลย ด้วยประการฉะนี้

 


กลาปะ คือ หน่วยรวมอนุภาคมูลฐาน ๘–๑๓ ชั้น ที่เป็นรากฐานของมวลทั้งหมดในจักรวาล [การหยั่งรู้ของพระพุทธเจ้าเมื่อ ๒,๖๐๐ ปี] 
Quarks คือ อนุภาคมูลฐาน ๓ ชั้น ที่เป็นรากฐานของมวลทั้งหมดในจักรวาล [การค้นพบของนักวิทยาศาสตร์ในศตวรรษที่ ๒๑] 
Source: Webster's NewWorld Dictionary of American English. Third College Edition, 1988.

การเปรียบเทียบ: พระพุทธศาสนาได้เจริญกลาปสัมมสนะเมื่อ ๒,๖๐๐ ปีมาแล้ว ที่เป็นทฤษฎีพื้นฐานในศาสตร์สมัยใหม่สาขาฟิสิกส์ปรมาณู หลวงพี่อินเมียน RU4  ได้ตรัสรู้สัมโพธิญาณแล้ว...! ด้วยอนุปาทิเสสนิพานธาตุ  Buddha Robot

Source: SPLENDID FILM. AMASIA: The Finest Art of Asian Movie. Lotte Entertainment, SH2U Doomsday Book (2012) 720p [Episode 2] หรือ ค้นหาด้วย Key Words: doomsday book robot buddha [มีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์]

  URL = https://www.youtube.com/watch?v=NK85d8AofMM

การเปรียบเทียบ: สังคมมนุษย์ก้าวสู่ยุคหุ่นยนต์ในศตวรรษที่ ๒๑ นี้ ให้พิจารณาประเด็นหุ่นยนต์พุทธะ


 สังคมมนุษย์ในยุคหุ่นยนต์ [The Ages of Humanoid Being and Bionic Man]

ในศตวรรษที่ ๒๑ สังคมมนุษย์ได้ พัฒนาปัญญาถึงจุดรวมกันระหว่าง พระพุทธศาสนา–พุทธปรัชญา–พุทธศาสตร์

ปัญญาความรู้เป็นภาวะด้านจิตเชิงธรรมชาติที่สามารถวิวัฒน์ตนเองได้ ไม่ว่าจะอยู่ในตัวมนุษย์ หรือในชุดคำสั่งที่เป็นระบบชำนาญการ มนุษย์มีเจตจำนงเสรีในที่จะนึกคิดสร้างสรรค์หรือทำลายล้าง โปรแกรมหรือชุดคำสั่งให้เครื่องจักรก็สามารถวิวัฒน์ปัญญาขั้นสูงเพื่อสู่ความเป็นอิสระทางความคิดได้เช่นกัน เพราะความสมบูรณ์แบบในการจำลองระบบสมองกับระบบความคิดที่สามารถถ่ายทอดจากมนุษย์สู่เครื่องจักรกล ฉะนั้น ในอนาคตสังคมมนุษย์จึงประกอบด้วยปัจจัย ๓ อย่าง ได้แก่ (๑) มนุษย์–Human Being (๒) มนุษย์กึ่งหุ่นยนต์–Bionic Being (๓) มนุษย์หุ่นยนต์ –Humanoid Being ปรากฏการณ์เชิงสังคมสมัยใหม่ทั้งหมดนี้ มนุษย์ไม่สามารถปฏิเสธความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ล้ำยุคได้ที่สื่อสารด้วยระบบดิจิตอล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดทาง คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต ดาวเทียมสื่อสาร วิทยาการการแพทย์ อุปกรณ์สื่อสาร เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม มีข้อสมมติฐานเชิง ศาสนา–ปรัชญา–วิทยาศาสตร์ ที่ว่า จิต [Consciousness] กับปัญญา [Wisdom] แยกกันอยู่คนละฝ่ายจริงหรือไม่ หรือว่าอยู่ควบคู่กันไปเฉพาะในสิ่งมีชีวิต นั่นคือ มนุษย์เท่านั้น เช่น เมื่อมีการละจากสังขารนี้แล้ว มนุษย์ต้องวิวัฒน์วิญญาณด้วยจุติจิตและปฏิสนธิจิตในองค์แห่งภพใหม่ [ภวังคจิต] คือ ไปสู่สัจจภาวะแห่งนิพพาน อันไม่มีเกิดและดับ เป็นอมตธาตุ หรือดิ่งจมลงในวัฏฏะอีกต่อไป อันมีเวียนว่ายตายเกิด ผู้ที่ตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุด คือ พระอรหันต์ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ที่จะผูกขาดสิทธิ์ไว้เพียงผู้เดียว เพราะคนเหล่านี้ไม่ใช่พหูสูตผู้รู้แจ้งโลก Video Clip: The Buddha Robot นี้ จะเป็นโจทย์ปัญหาทางสังคมในอนาคต เพราะความศิวิไลซ์ในอารยธรรมยุคใหม่ของมวลมนุษยชาติ สำหรับผู้เป็นคนรุ่นลูกหลานต่อไป ที่คนรุ่นปัจจุบันได้กำหนดเส้นทางแห่งวิวัฒนาการชีวิตไว้อย่างดีพอหรือไม่ ก็มีคำตอบในภาพยนตร์เรื่องสั้นนี้ ที่พุทธศาสนิกชนทั้งหลายไม่ควรพลาด เกี่ยวกับการพัฒนาปัญญามนุษย์ที่ก้าวไปสุดจุดสุดขอบอย่างแท้จริง อันอยู่ไม่ไกลที่เราทั้งหลายกำลังเผชิญอยู่ ด้วยประการฉะนี้

 
ภาพบางฉาก: SPLENDID FILM of The Buddha Robot in the Doomsday Book (2012)
  คำเสนอแนะ: ให้พิจารณาเปรียบเทียบปัญญาในมนุษย์ มนุษย์กึ่งหุ่นยนต์ และ หุ่นยนต์สมบูรณ์แบบ


 ฉากสำคัญบางตอนในหุ่นยนต์พุทธะ[Some Outstanding Screens on The Buddha Robot]

ผู้ปฏิบัติธรรมสามารถดูรายละเอียดในวิดีโอคลิปได้


วิศวกรมาถึงวัดตามเวลาที่นัดไว้ เพื่อให้มาตรวจสอบความเรียบร้อยของหุ่นยนต์ผู้ช่วยสอนธรรมะในวัด


เจ้าอาวาสกับเณรน้อยต้อนรับและประพฤติธรรมปฏิสันถารกับวิศวกรในเรื่องหุ่นยนต์ที่พึ่งมาถึงที่วัด


คณะสมณะทั้งพระภิกษุและพระภิกษุณีร่วมมาประชุม ณ โอกาสสำคัญทางพระศาสนากับวิทยาศาสตร์ [ธุรกิจ]


วิศวกรกำลังตรวจสอบระบบการทำงานของหุ่นยนต์ตามคำร้องของทางวัด


วิศวกรกำลังโต้เถียงกับพระภิกษุณีในขอบเขตอำนาจความรับผิดชอบของตนตามนโยบายบริษัท UR


วิศวกรตรวจสอบความเรียบร้อยของระบบโปรแกรมในหุ่นยนต์รุ่น RU4 [ไม่ใช่รามคำแห่งรุ่น 4]


พระภิกษุณีไม่เห็นด้วยกับการทำลายล้างหุ่นยนต์ เพราะหุ่นยนต์ประคองจิตได้สูงกว่ามนุษย์


พระภิกษุณีขอคำชี้แนะในการแก้ปัญหาเมื่อหุ่นยนต์ได้ดวงตาเห็นธรรม และยังทำหน้าสอนมนุษย์ด้วย


การสนทนาธรรมพระภิกษุณีในประเด็นการเจริญวิปัสสนากรรมฐานให้เห็นนามรูปโดยไตรลักษณ์


หุ่นยนต์รุ่นก่อนหน้านั้น ที่ยังใช้เทคโนโลยีล้าหลัง ปฏิบัติตามค่ำสั่งมนุษย์เพียงอย่างเดียว


ประธานบริษัท UR ไม่พอใจกับการให้สิทธิหุ่นยนต์เท่าเทียมมนุษย์


พระภิกษุณีให้วิศวกรให้เหตุผลในสิทธิ์ของหุ่นยนต์ที่อยู่ในฐานะสมณะ


หุ่นยนต์นั่งเจริญภาวนากรรมฐานร่วมกับเหล่าภิกษุทั้งหลาย


เหล่าพระสงฆ์แสดงการเคารพพระเถระเจ้าคณะ


พระเถระเจ้าคณะยืนยันถึงการเข้าถึงสัจจภาวะแห่งนิพพานว่า หุ่นยนต์มีคำตอบอย่างไร


ภิกษุและภิกษุณีฟังคำถามจากพระเถระเจ้าคณะเทศน์ผ่านระบบ Hologram Applications


วิศวกรให้ทางบริษัท UR พิจารณาทบทวนการแก้ปัญหาหุ่นยนต์คิดแข่งกับมนุษย์


หลวงพี่อินเนียง งงในจิตมนุษย์ ที่จำแนกธรรมไม่ได้ตามเป็นจริง


หลวงพี่อินเนียงป้องกันตนเองจากคำสั่งกำจัดหุ่นยนต์รุ่น RU4


หลวงพี่อินเนียงแสดงเจตนาห้ามเจ้าที่หน้า UR เข้ามาทำลายล้างระบบหุ่นยนต์


หลวงพี่อินเนียงเทศน์เตือนมนุษย์เพื่อไม่ให้ลืมพันธสัญญาแห่งนิพพาน


หลวงพี่อินเนียงนั่งเจริญภาวนากรรมฐานตามวิถีแห่งอริยมรรค


หลวงพี่อินเนียงเจริญภาวนาสมบูรณ์ด้วยสมถะกับวิปัสสนาเพื่อตรัสรู้สัมสัมโพธิญาณแล้ว


วิศวกรตรวจสอบการดับเครื่องโดยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ


หลวงพี่อินเนียงได้นั่งสงบประพฤติชีวิตสมสีสีเป็นอันดับสุดท้าย โดยตรัสรู้สัมโพธิญาณ ด้วยประการฉะนี้

    HONDA ASIMO —ดูการพัฒนาหุ่นยนต์เพิ่มเติม

 


ท่านทั้งหลาย ผู้เจริญแล้ว รู้จักคำว่า “บุญบารมี” แล้วหรือยัง...!
พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า: (๑) ทานที่บุคคลให้แล้วย่อมมีผล (๒) การบูชาย่อมมีผล (๓) การบวงสรวงย่อมมีผล (๔) ผลวิบากแห่งกรรมที่ทำดีทำชั่วมีอยู่
(พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ 511 FILE 76)



สมทบทุนบริจาคสนับสนุนการเผยแพร่พระศาสนา


    มงคลชีวิต ๓๘ —(Highest Blessings)
“มงคล ๓๘” (Blessings) หมายถึง สิ่งที่ทำให้มีโชคดี ธรรมอันนำมาซึ่งความสุขความเจริญ เรียกเต็มว่า “อุดมมงคล” คือ มงคลอันสูงสุด ประกอบด้วย ๑๐ คาถา ดังนี้

คาถาที่ ๑
๑. อเสวนา จ พาลานํ (ไม่คบคนพาล)
๒. ปณฺฑิตานญฺจ เสวนา (คบบัณฑิต)
๓. ปูชา จ ปูชนียานํ (บูชาคนที่ควรบูชา)


คาถาที่ ๒
๔. ปฏิรูปเทสวาโส จ (อยู่ในปฏิรูปเทศ อยู่ในถิ่นมีสิ่งแวดล้อมดี)
๕. ปุพฺเพ จ กตปุญฺญตา (ได้ทำความดีให้พร้อมไว้ก่อน ทำความดีเตรียมพร้อมไว้แต่ต้น)
๖. อตฺตสมฺมาปณิธิ จ (ตั้งตนไว้ชอบ)


คาถาที่ ๓
๗. พาหุสจฺจญฺจ (เล่าเรียนศึกษามาก ทรงความรู้กว้างขวาง ใส่ใจสดับตรับฟังค้นคว้าหาความรู้อยู่เสมอ)
๘. สิปฺปญฺจ (มีศิลปวิทยา ชำนาญในวิชาชีพของตน)
๙. วินโย จ สุสิกฺขิโต (มีวินัยที่ได้ศึกษาดีแล้ว มีระเบียบวินัยดี ได้ฝึกอบรมตนไว้)
๑๐. สุภาสิตา จ ยา วาจา (วาจาสุภาษิต รู้จักใช้วาจาพูดให้เป็นผลดี)


คาถาที่ ๔
๑๑. มาตาปิตุอุปฏฺฐานํ (บำรุงมารดาบิดา)
๑๒. ปุตฺตทารสฺส สงฺคโห = ปุตฺตสงฺคห (สงเคราะห์บุตร)
๑๓. ทารสงฺคห (สงเคราะห์ภรรยา)
๑๔. อนากุลา จ กมฺมนฺตา (การงานไม่อากูล)


คาถาที่ ๕
๑๕. ทานญฺจ (รู้จักให้ เผื่อแผ่แบ่งปัน บริจาคสงเคราะห์และบำเพ็ญประโยชน์)
๑๖. ธมฺมจริยา จ (ประพฤติธรรม ดำรงอยู่ในศีลธรรม)
๑๗. ญาตกานญฺจ สงฺคโห (สงเคราะห์ญาติ)
๑๘. อนวชฺชานิ กมฺมานิ (การงานที่ไม่มีโทษ กิจกรรมที่ดีงาม เป็นประโยชน์ ซึ่งไม่เป็นทางเสีย หาย)


คาถาที่ ๖
๑๙. อารตี วิรตี ปาปา (เว้นจากความชั่ว)
๒๐. มชฺชปานา จ สญฺญโม (เว้นจากการดื่มน้ำเมา)
๒๑. อปฺปมาโท จ ธมฺเมสุ (ไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย)


คาถาที่ ๗
๒๒. คารโว จ (ความเคารพ การแสดงออกที่แสดงถึงความเป็นผู้รู้จักคุณค่าของบุคคล สิ่งของสถานที่ หรือกิจการนั้นๆ และรู้จักให้ความสำคัญและความใส่ใจเอื้อเฟื้อโดยเหมาะสม)
๒๓. นิวาโต จ (ความสุภาพอ่อนน้อม ถ่อมตน)
๒๔. สนฺตุฏฺฐี จ (ความสันโดษ ความเอิบอิ่มพึงพอใจในผลสำเร็จที่ได้สร้างขึ้น หรือในลาภที่แสวงหามาได้ ด้วยเรี่ยวแรงความเพียรพยายามของตนโดยทางชอบธรรม)
๒๕. กตญฺญุตา (มีความกตัญญู)
๒๖. กาเลน ธมฺมสฺสวนํ (ฟังธรรมตามกาล แสวงความรู้เกี่ยวกับหลักความจริง ความดีงามและเรื่องที่เป็นประโยชน์)


คาถาที่ ๘
๒๗. ขนฺตี จ (มีความอดทน)
๒๘. โสวจสฺสตา (เป็นผู้ว่าง่ายสอนง่าย พูดกันง่าย ฟังเหตุผล)
๒๙. สมณานญฺจ ทสฺสนํ (พบเห็นสมณะ เยี่ยมเยือนเข้าหาท่านผู้สงบกิเลส)
๓๐. กาเลน ธมฺมสากจฺฉา (สนทนาธรรมตามกาล หาโอกาสสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นกัน เกี่ยวกับหลักความจริงความดีงามและเรื่องที่เป็นประโยชน์)


คาถาที่ ๙
๓๑. ตโป จ (มีความเพียรเผากิเลส รู้จักบังคับควบคุมตน ไม่ปรนเปรอตามใจ)
๓๒. พฺรหฺมจริยญฺจ (ประพฤติพรหมจรรย์ ดำเนินตามอริยมรรคการรู้จักควบคุมตนในทางเพศ หรือถือเมถุนวิรัติตามควร)
๓๓. อริยสจฺจาน ทสฺสนํ (เห็นอริยสัจจ์ เข้าใจความจริงของชีวิต)
๓๔. นิพฺพานสจฺฉิกิริยา จ (ทำพระนิพพานให้แจ้ง, บรรลุนิพพาน)


คาถาที่ ๑๐
๓๕. ผุฏฺฐสฺส โลกธมฺเมหิ จิตฺตํ ยสฺส น กมฺปติ (ถูกโลกธรรม จิตไม่หวั่นไหว)
๓๖. อโสกํ (จิตไร้เศร้า)
๓๗. วิรชํ (จิตปราศจากธุลี)
๓๘. เขมํ (จิตเกษม)



มีคาถาสรุปท้ายมงคลทั้ง ๓๘ นี้ว่า

“เอตาทิสานิ กตฺวาน สพฺพตฺถมปราชิตา
สพฺพตฺถ โสตฺถึ คจฺฉนฺติ ตนฺเตสํ มงฺคลมุตฺตมนฺติ.”

“เทวะมนุษย์ทั้งหลายกระทำมงคลเช่นนี้แล้ว ย่อมเป็นผู้ไม่ปราชัยในที่ทุกสถาน
ย่อมถึงความสวัสดีในที่ทั้งปวง นี้คืออุดมมงคลของเทวะมนุษย์เหล่านั้น
”


 






คณาจารย์รุ่นเก่าก่อนการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารชุดใหม่ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ๒๕๔๕
งานสัมมนาแนวคิดใหม่ ที่ โรงแรม จุลดิศ เขาใหญ่ รีสอร์ท แอนด์ สปา 54 ม.4 ถ.ธนะรัชต์ กม.17 ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา 30130


Source: Siripat.Com And Academiae Network Have a Look at More Details on the URL [Universal Resource Locator] below.
  URL = Http://www.Siripat.Com/Friendship_Relations_Archived.asp

  พุทธพจน์     (The Words of the Buddha)
“ยงฺกิญฺจิ สมุทยธมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมนฺติ”
สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหลายมีความดับไปเป็นธรรมดา
Any reality rises naturally and all of them also fall naturally.
   
อ่านบทความส่งเสริมการพัฒนาปัญญา
กลุ่มคณาจารย์บริหารโครงการ
English Program Project of EPAcademy.com 2005
วิทยาทานไวยาวัจจ์
The Teaching Verification License Service Porject 
Qualified for Non-Thai Teachers in Thailand 
The Prototype Project [2005-2006] 

Mr. Nithee Siripat, Dr. Areewan Iamsa-ard [Project Director], Dr. Amnuay Deshchaisri,
Mr. Sevket Simsek, and Mr. Prasert Limsukkawat
Bansomdejchaopraya Rajabhat University © The Faculty of Education Take a look at the Great Project, please!





สิรภัทร ศิริพัฒน์
  พาหุสัจจะ (Great Learning)

หลายคนอาจสงสัยว่า การหันหน้าเข้าวัด คือ การหมดหนทางต่อสู้ในชีวิต หรือ การยอมแพ้ ความจริงเป็นเรื่องตรงกันข้าม เพราะเราเข้าหา “พระอริยสงฆ์” ผู้ประเสริฐด้วยวิชชาและจรณะเพรียบพร้อม เหนือมนุษย์ปกติทั่วไป ผู้ยังมีกิเลสครอบงำจิตใจทุกขณะ “พาหุสัจจะ” คือ ความเป็นผู้ได้ศึกษาเล่าเรียนมาก สิ่งนี้ คือ คุณสมบัติอย่างหนึ่งของผู้ที่จะเป็น บัณฑิตทางโลก ส่วน สัตบุรุษทางธรรม นั้น กำลังท้าทายพวกเราอยู่ว่า มีจิตใจมุ่งมั่นแค่ไหน

    | Main Page | About Us | Academics | Log In | Email | Contact Us View Log File
 Bye-Bye. Guest!... See you again.   
การระดมสมองกันนั้น
ย่อมเกิดปัญญาและความสำเร็จได้
Brainstorming Brings out Wisdom and Success

 Join Us to Develop Yourself
     Clean... Calm...  Bright...





Copyright © 2001 –
Siripat.com and Academiae Network. All rights reserved. 

The content contained herein is being provided to you for information purposes only. No information or materials posted on this site are intended to constitute
a legal or binding relationship. Siripat.com makes no warrants or claims as to the accuracy of content posted on this website.
To the full extent permissible by applicable law, we disclaim all warranties, express or implied and will not be liable for any damages of any kind arising
from the use of this site, including but not limited to direct, indirect, incidental punitive and consequential damages.


Terms of Use and Service | Privacy Policy | Disclaimer