CHARITY DISTRIBUTION FILES
2600 YEARS
PLEASE DOWNLOAD THE NEW REVISED VERSION   
Download Lastest Version
THE ABSOLUTE TRUTHS NEVER DIE BY THE BUDDHA   
แก่นสารแห่งพุทธธรรม
Visit Siripat.Com
   Return to Siripat.com and Academiae Network
  คำแนะนำ   
 
การเจริญภาวนาให้เกิดญาณสัมปยุตต์แห่งปรมัตถสัจจะด้วยปัญญาภูมิอันพึงเกิดแด่โยคาวจรทั้งหลาย   
 
ความตรัสรู้อริยสัจจ์ย่อมเป็นสมุฏฐานแห่งสัพพัญญุตญาณอานิสงส์อันไพบูลย์ด้วยปัญญาญาณ   
 ท่านสามารถศึกษาธรรมะผ่านไฟล์ Text–WordDoc–PDF–HTML–ASP และ JAVA Script Webpages  
Download Now
Download Now
พุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี แห่งความตรัสรู้
 เชิญชาวพุทธร่วมฉลองด้วยการศึกษาอริยธรรมและประพฤติพรหมจรรย์แห่งพระธรรมวินัยนี้
Download Siripat RSS Feed
Check Out
 
รู้อยู่ที่ใจ ดูอยู่ที่ใจ เห็นอยู่ที่ใจ        
เพ่งอยู่ที่ใจ กำหนดอยู่ที่ใจ         
          ให้เห็นความแจ้ง ความสว่าง ความสงบ ขึ้นในใจ     หลวงปู่ทา จารุธัมโม
คำถาม FAQ อาจารย์นิธี ศิริพัฒน์    
ฉบับเฉลิมฉลอง “พุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี” ใน “วันวิสาขบูชา–มาฆบูชา–อาสาฬหบูชา“ ตลอดปี    
Siripat.Com and Academiae Network    
    You're Visiting the Buddhism Webpage. Enjoy Learning the Noble Virtues.
Last Modified:   July 23, 2019 3:33 PM  ||        

 
| Main Page | About Us | Academics | Miscellany | Log In | Email | Contact Us |  
  Hi Guest!... May I have a talk with you. I think it's very nice and useful guidance.  
 
ขนาดอักษรมาตรฐานหน้านี้ 18 PT
    ขนาดอังกษร 18 PT     สัพเพเหระกับผู้เขียน Author Miscellancy 2012


Visitor Number:
4674095
ปณิธานในพระธรรม (My Dhamma Determination)  
ทศบารมี–คุณธรรมประพฤติปฏิบัติปฏิปทาอย่างยิ่งยวด : ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขา
ผู้ถือสมณเพศ: ย่อมได้ชื่อว่า – เป็นนรชนแห่งอริยบุคคลผู้มีคุณสมบัติจะเป็นพระพุทธเจ้าในกาลประโยชน์ข้างหน้าโดยปรมัตถ์

   ปณิธานในพระธรรมต่อหลวงปู่ทา จารุธัมโม
ความปรารถนาอันแรงกล้ามีความไม่แตกต่างจากแรงอธิษฐานที่จะกระทำการบางอย่างให้สำเร็จให้จงได้ ปณิธานจึงเป็นจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้เพื่อวัดความสำเร็จที่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้จริง ตามความสารถมาของตนเอง
 
The strongly established desire is not different from a certain power of determination to make something complete. So, our higher aspirations do necessarily imply a measurement of the best performance expected in the future.


ผู้เขียนบรรยาย (9 มิถุนายน 2562)
ร่วมในงานพิธีถวายเพลิงศพ หลวงปู่ทา จารุธมฺโม พระอริยเจ้าผู้มีธรรมงามพร้อม ๙ มิถุนายน ๒๕๕๐ ณ เมรุชั่วคราว วัดถ้ำซับมืด อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา


ดูชุดภาพถ่ายพิธีสำคัญ


  ความเชื่อและความศรัทธาในพระธรรม
ความเป็นไปอันแน่นอนโดยธรรมดาแห่งกฎธรรมชาติ คือ ธรรมนิยาม ๓ ดังนี้

(๑) สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา
       สังขารคือสังขตธรรมทั้งปวงไม่เที่ยง
(๒) สพฺเพ สงฺขารา ทุกฺขา
       สังขารคือสังขตธรรมทั้งปวงเป็นทุกข์
(๓) สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา
       ธรรมคือสังขตธรรมและอสังขตธรรม
       หรือสังขารและวิสังขารทั้งปวงไม่ใช่ตน

Our belief and confidence in Dhamma
Some phenomena are relevant to “The Orderliness of Nature”, the so–called “The Natural Law” or “The General Law of Cause and Effect”, as follows:

(1). Sabbe sankārā aniccā:

All conditioned states are impermanent.

(2). Sabbe sankārā dukkhā:

All conditioned states are subject.

to oppression, conflict or suffering.

(3). Sabbe dhammā anattā:
All states are not–self or soulless.


     
ความคิดของหนู
“หนูคิดว่าเราได้พบกับปรมัตถ์ของพระพุทธองค์แล้ว”

เด็กชาย จักรภัทร ดีจิตร
หัวหน้าห้อง ป. 1/2 โรงเรียนประสานมิตร 2555

แพนตอล กับ พี่ดีโม
     
 



ทางขึ้นไปกุฏิหลวงปู่


การบรรจุพระธาตุในยอดเจดีย์


เจดีย์บรรจุพระธาตุหลวงปู่


  พันธกิจต่อสังคมโลกยุคใหม่

พระพุทธศาสนาคือแหล่งเกิดสรรพปัญญาทั้งหลายของมวลมนุษยชาติอย่างแท้จริงอันเป็นมรดกโลกทุกยุคสมัย
Buddhism becomes the origin of entire knowledge for humankinds as the forever heritages of the world.
   
  คลิกศัพท์ภาษาอังกฤษ ๒ ครั้ง เพื่อดูความหมายเพิ่มเติม
   

เมื่อประมาณต้นปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ผู้เขียนบรรยายพร้อมด้วยคณะ คุณมานิต สุวรรณคำ และ คุณพิชญา เข็มกลัด ได้เดินทางไปทำบุญถวายภัตตาหารเช้าแก่ภิกษุและสามเณรที่วัดป่าถ้ำซับมืดเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ซึ่งในขณะนั้นมีฝนตกโปรยปรายและตกหนักเป็นบางครั้ง ทำให้การเดินทางในเช้าวันนั่น เต็มไปด้วยความลำบากมากพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงระยะทางจะเข้าวัด ซึ่งต้องเดินทางผ่านไร่ข้าวโพด จะมีทางน้ำไหลผ่านระหว่างไร่ข้าวโพดทั้งสองฝั่ง และถนนยังเป็นโคลนตม

For about the beginning of the year 2006, I, article author, together with Manit Suwannakam and Pitchaya Khemklad, went to make a morning merit for the monks and novices at the calm Jungle Wat of Thaam Sab Mued, as for the good omen of our lives. In that morning, our merit–making trip was very almost inconvenient because of the pouring and sometimes heavy rains. Especially, on the Wat entrance throughout the corn plantations, there was a flowing way of water in the midst and full of sludge.

ภาพประกอบ ๑: กุฏิหลวงปู่ทา จารุธัมโม (Grandpa's Lodging)

หลังจากเสร็จสิ้น การถวายภัตตาหารเช้าและรับประทานข้าวกับสาธุชนชาวบ้านบางครั้งด้วยกันแล้ว คณะของเราก็ถือโอกาสเดินเท้าขึ้นไปนมัสการ หลวงปู่ทา จารุธัมโม ที่กุฏิของท่าน ซึ่งอยู่ด้านหลังของโรงฉัน จะต้องเดินผ่านสะพานเล็กๆ ด้านล่างมีน้ำไหลผ่านโขดหินไม่สูงนัก อากาศในขณะนั้น กำลังเย็นสบายชื้นๆ นิดหน่อย ดินจากสะพานนั้นขึ้นไปประมาณ ๒๐๐–๓๐๐ เมตร ก็จะถึงกุฏิของหลวงปู่ ซึ่งจะพบกับภิกษุรูปหนึ่งคอยดูแลความเรียบร้อยที่กุฏิ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ห้ามรบกวน หลวงปู่ทา จารุธัมโม พร้อมท่านกำลังอาพาธ และจำวัด (นอนพัก) อยู่ในกุฏิ พร้อมกับสามเณรน้อย ๒ องค์ คอยปรนนิบัติรับใช้อย่างใกล้ชิด

After morning offerings and breakfast together with generous villagers, we walked to worship Grandpa Thaa Charudhammo at his lodging behind the dining hall, through the small bridge over flowing water on the small rocks and in a little bit chilly and wet weather. The lodging was about 200–300 meters away from the bridge. We found his support monk who took care of him and his place. Particularly, anyone was prohibited to trouble the Grandpa staying inside, by reason of sickness, with two novices as closed private supporters.

การเข้าไปไหว้หลวงปู่อย่างใกล้ชิดถึงกุฏินั้น ต้องรักษาความสงบ ไม่พูดคุยกัน หรือส่งเสียงดัง เป็นการรับกวน หรือการไม่ให้ความเคารพสถานที่ ซึ่งถือเป็นการไม่สำรวมกาย วาจา ใจ อย่างรุนแรงเช่นกัน สิ่งนี้ธรรมเนียมทางสังคมพุทธ

To approach the sacred lodging to worship the Grandpa, everybody needed to “Keep quiet without speaking or making a violent noise to trouble him or not respect the place.” Thus, it also meant that you did severely not make self–controlled through bodily, verbal and mental actions. This displays the Buddhist social conventions.

ผู้เขียนบรรยายได้อธิษฐานบุญที่ตู้บริจาคหน้ากุฏิหลวงปู่ว่า ถ้ามีโอกาสจะอาสาเผยแพร่พุทธศาสนาที่เป็นแนวทางที่ถูกต้องแก่สาธุชนทั่วไป อันเป็นสัมมาปฏิปทาบนเส้นทางแห่งอริยมรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑ ตามที่ครูบาอาจารย์สายวิปัสสนากัมมัฏฐานทั้งหลายได้ปฏิบัติกันมาช้านาน

At the donation box in front of the lodging I, article author, have exactly determined that “If I have a proper chance, I promise. I will expand the Buddhist Doctrines as the right living path to good people: the right practice of the Four Noble Paths, the Four Fruitions, and the One Nirvana, depending on the excellent and virtuous paths that all Insight–Development teachers conducted for a long time.”


ภาพประกอบ ๒: มหาเจดีย์ของหลวงปู่ทา จารุธัมโม (Grandpa's Buddhist Monument)

ในการเข้าหาเพื่อมนัสการ “พระอริยสงฆ์” นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ประเด็นอยู่ที่ท่านผู้ได้กลายเป็นอริยบุคคลนั้น สามารถรู้วิบากกรรมของผู้ที่มาพบได้ด้วยปัญญาหยั่งรู้ ที่เรียกว่า “จุตูปปาตญาณ” หมายถึง ญาณกำหนดรู้จุติและอุบัติแห่งสัตว์ทั้งหลาย อันเป็นไปตามกรรม หรือ เห็นการเวียนว่ายตายเกิดของสัตว์ทั้งหลาย เรียกอีกอย่างว่า “ทิพพจักขุญาณ” (ตาทิพย์) ซึ่งเป็นคุณสมบัติข้อหนึ่งที่กำหนดการเป็นเจ้าอาวาส

To meet and express respect for the noble priests is not easy, but not difficult to do. The acceptable reasons directly rely on those who became to the Noble Individuals. They usually know us through their Insights into our past story (good or bad results) via “The Knowledge of the Decease and Rebirth of Beings”, as “The Clairvoyant Supernormal Vision Dealing with the Death and Rebirth of Beings”, or the perception of the appearing–rise and disappearing–fall of various beings according to the consequences of their past deeds, “The Divine Eye” –the qualifications of abbot.

นอกจากนี้ ยังมีปัญญาวิเศษหยั่งรู้ที่เรียกว่า “ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ” หมายถึง ญาณเป็นเหตุระลึกขันธ์ที่อาศัยอยู่ในก่อนได้ คือ “ระลึกชาติได้” ปัญญาแห่งปรีชาหยั่งรู้ทั้ง ๒ ญาณ นี้ เป็นเครื่องประกันคุณภาพแห่งอริยบุคคล ซึ่งไม่ใช่จะบรรลุธรรมในขั้นนี้ได้ง่าย

Besides, there still is more supernormal knowledge, the so–called “Reminiscent–Knowledge”: Knowledge of the remembrance of former existences. That is a mental power of “Recollection of Past Lives”. All of two aspects of insightful knowledge are the quality assurance available for Noble Individuals. Certainly, it is very hard to gain the enlightening knowledge in this stage.

ดังนั้น บุคคลต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาพบกับ “อริยบุคคล” ทั้งหลาย ท่านจึงสามารถกำหนดพิจารณารู้ได้ในวิปัสสนาภูมิเสมอและสามารถรู้ล่วงหน้าได้ตลอดเวลา

Therefore, for anybody approaching the Noble Ones, all of them always have abilities of genetic reflection and understanding in advance via the knowledge of insight development.

แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้เขียนบรรยายนี้ หลวงปู่ทา จารุธัมโม ได้มีเมตตาสูงต่อคณะของเราเป็นอย่างมาก ท่านได้สั่งให้ภิกษุที่ทำหน้าที่ดูแลที่กุฏิให้คณะของเรารอสักพักหนึ่งก่อน แล้วหลวงปู่ก็ให้เปิดประตูห้องกุฏิออก แต่ไม่ให้เปิดมุ้งลวดออก หลวงปู่แสดงใบหน้าด้วยรอยยิ้ม และยกมือโบกให้แก่คณะของเราทั้งสามคน

However, for me, the Grandpa exactly expressed his higher loving–kindness to our group. He permitted his support monk responsible for his lodging to ask us for waiting for a while. Then, the Grandpa ordered him to open the door with the net. He gave us a warm smile and bowed to our group of three.

หลังจากนั้น คณะของเราก็ได้ถือโอกาสนมัสการลากลับพร้อมๆ กัน ตั้งแต่นั้นมา ผู้เขียนบรรยายก็เริ่มศึกษาพระธรรมมาเรื่อยๆ และอยู่ในวงสนทนาธรรมกับผู้รู้อีกหลายคน และเริ่มเขียนบทความเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมมาเรื่อยจนถึงปัจจุบันนี้ เพื่อเป็นการเผยแพร่หลักธรรมและแนวคิดแก่มิตรสหายทั้งหลาย ถ้าส่วนไหนผิดหรือบกพร่องกลุ่มพวกเราก็จะอภิปรายสนทนาเพื่อหาข้อยุติกัน บางหัวข้อของบทความก็ได้จากการสนทนาธรรมกัน

After that, we moved away and say goodbye altogether. From then on, I started to study steadily and associated with the wise. And, I have started to write the Dhamma articles till now on to expand Dhamma and practical approaches to all of our friends. If there is something wrong or failures, we will always discuss them to find out the end solutions. Some article topics are the by–products of these activities.

ดังนั้น ปณิธานที่ตั้งไว้กับ หลวงปู่ทา จารุธัมโม เริ่มเป็นจริงขึ้นบ้าง ซึ่งในปี ๒๕๕๕ นี้ ผู้เขียนได้รวบรวมบทความทั้งหมดไว้เผยแพร่ในเว็บไซต์ส่วนตัว คือ Siripat.Com และเครือข่าย Academiae Network ฉะนั้น สมาชิกของเว็บไซต์สามารถเข้ามาดาวน์โหลดไฟล์ข้อมูลต่างๆ ได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

As a result, my Dhamma determinations towards Grandpa Thaa Charudhammo really come true. In 1912, a collection of all articles has been published on my website of Siripat.Com and Academiae network. Thus, the guests may download a various number of document files without any payment.

ในการเขียนบทความนั้น ได้อาศัยฐานข้อมูลหลักจาก “พจนานุกรมพุทธศาสตร์” โดย พระหรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เพื่อไม่ให้เกิดความผิดเพี้ยนจากพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ในบางส่วนเกิดจากความคิดประยุกต์สังเคราะห์ของผู้เขียนเอง เพื่อขยายความให้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นความคิดสร้างสรรค์ที่ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจแนวทางวิธีคิด และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการศึกษาหลักธรรมต่างๆ ด้วยตนเองในอนาคต

My writing the Dhamma articles is directly based on “The Dictionary of Numerical Dhammas and Buddhist Terms” by Phra Brahmagunabhorn (P. A. Payutto), Chalalongkorn Ratchawithayalai University, by the result of protecting the failures from the Buddha’s teaching. Some lectures are synthetically constructed to explain more comprehensively, as my own creative thinking, to help readers well understand the topic concepts and adapt to further their Dhamma study in the future.

ความคิดสร้างสรรค์และความคิดริเริ่มเป็นทรัพย์สมบัติทางธรรม คือ “ปัญญา” (ความรู้) และ “ญาณ” (ปรีชาหยั่งรู้) ในอนาคต ที่ผู้อ่านต้องประสบเห็นอย่างแน่นอนในการเจริญวิปัสสนาญาณ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ “การสรุปหลักธรรม” (Generalizations) นั่นคือ “ญาณสัมปยุตต์” ซึ่งเป็นกระบวนการทางความคิดในการสังเคราะห์หาข้อสรุปที่เป็น ปรมัตถสัจจะ ที่เกิดขึ้นในกระบวนการแห่ง “โลกุตตรธรรม ๙” ได้แก่ มรรค ๔ ผล ๔ และนิพพาน ๑

The creative and initiative ideas are Dhamma treasures as “Wisdom” (Knowledge) and “Insight” (Competence) in the future, that the readers should certainly have to attain them in the Insight Development. The most typical issue is the performance of “Generalizations”, as the theoretic conclusions. That is “Knowledge Association”, a thinking process to synthesize some conclusions as “Absolute Truths” throughout “The Nine Supermundane States” including of the Four Paths, the Four Fruitions, and the Unconditioned State.

จุดประสงค์ของผู้เขียนบรรยายนั้น คือ ต้องการให้เกิดสัมมาทิฏฐิและสัมมาสังกัปปะแห่ง “มรรคมีองค์ ๘” ก่อน พร้อมลงมือปฏิบัติจริงจะได้ช่วยขจัดข้อกังขาสงสัยต่างๆ ให้ลดน้อยลง เกิดความเข้าใจอย่างเห็นแจ้งรู้จริงในทางปฏิบัติที่เป็นสัมมาปฏิปทา ไม่หลงทาง ให้ตั้งอยู่ในหลักธรรม “อริยสัจจ์ ๔” ที่เป็น “ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจจ์” (มรรค) ซึ่งเป็นแนวทางที่เป็นสายกลางที่เรียกว่า “มัชฌิมาปฏิปทา” (มรรคมีองค์ ๘)

According to my purposes, the Right Understanding and the Right Thought of “The Noble Eightfold Path” are needed before right practices to ignore and decrease any doubt, and realize the right path without nescience, staying as clever in discernment of “The Four Noble Truths”, the so–called “The Noble Truth of the Path Leading to the Extinction of Suffering”, in consequence of “The Middle Path” – “The Noble Eightfold Path”.

แนวคิดข้อปฏิบัติตามแนวทางนี้ เป็นแนวทางที่ถูกต้องอย่างแน่นอน แม้แต่ หลวงปู่ทา จารุธัมโม นั่งเจริญสมาธิ ๗ วัน ยังได้ยินพระพุทธเจ้ามาเทศน์ในเรื่อง “อริยสัจจ์ ๔” ผู้ที่จะเข้าใจในหลักธรรมดังกล่าวนี้ได้อย่างรู้แจ้งเห็นจริงนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย เพราะมันเป็นเรื่องการเจริญปัญญาด้วย “วิปัสสนาญาณ” เพื่อชำระจิตใจและปัญญาให้บริสุทธิ์สมบูรณ์ตามขั้นตอนหลักธรรม “วิสุทธิ ๗” ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลักธรรม “ไตรสิกขา” คือ ศีล สมาธิ และปัญญา ทั้งสามระดับนี้ ต้องชำระจิตใจให้บริสุทธิ์สมบูรณ์ทุกประการ จนถึงขั้นวิสุทธิสุดท้าย คือ “ญาณทัสสนวิสุทธิ” หมายถึง ความหมดจดแห่งญาณทัสสนะ คือ ความรู้ในอริยมรรค ๔ หรือ “มรรคญาณ” อันเกิดถัดจาก “โคตรภูญาณ” เป็นต้นไป

This practical approach is the right path without any doubt. Even though Grandpa Thaa Charudhammo launched his Insight Development for seven days, he really heard the sound of Buddha’s teachings. As for “The Four Noble Truths”, they are not easy for those who will well understand the truths because they rely on developing wisdom via “Insight–Knowledge” to purify mind and wisdom perfectly along with the stages of “The Seven Gradual Purifications” including “The Threefold Learning” consisted of all three purities of Morality, Concentration and Wisdom. And the last stage of purification is “The Purity of Knowledge and Vision” – all knowledge relevant to “The Four Noble Truths” or “The Knowledge of the Path” after finishing “The Knowledge at the Moment of the Change–of–Lineage”.

เมื่อมรรคเกิดแล้วผลจิตแต่ละอย่างย่อมเกิดขึ้นในลำดับถัดไปจาก “มรรคญาณ” นั้นๆ ความเป็นอริยบุคคลย่อมเกิดขึ้นโดยวิสุทธิข้อนี้ เป็นอันบรรลุผลที่หมายสูงสุดแห่ง “วิสุทธิ” หรือ “ไตรสิกขา” หรือการปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนาทั้งสิ้น ซึ่งขั้นตอนต้องเริ่มจาก ความบริสุทธิ์ที่สูงขึ้นไปเป็นขั้นๆ ยังไตรสิกขาให้บริบูรณ์เป็นขั้นๆ ไปโดยลำดับ จนบรรลุจุดหมาย คือ “นิพพาน”

After taking “The Knowledge of the Four Paths” to complete “The Four Fruitions”, the Change–of–Lineage to Noble Individuals will be accomplished after that. This is the end of “The Sevenfold Purification” or “The Threefold Learning” or all Buddhist Practices. Consequently and step by step, the purity is consisted of “The Threefold Learning” until enlightening “The Nirvana”, respectively.

สำหรับประเด็นในข้อนี้ ผู้ปฏิบัติเจริญสมาธิภาวนาต้องเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ซึ่งก่อนถึง “ญาณทัสสนวิสุทธิ” นั้น มีขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องก่อน ๖ ขั้นตอน ดังนี้

As for this typical issue, all mediators need to realize in dept before attaining “The Purity of Knowledge and Vision”. They should work well with the following six right paths, provided below.

(๑) “สีลวิสุทธิ” หมายถึง ความหมดจดแห่งศีล คือ รักษาศีลตามภูมิขั้นของตนให้บริสุทธิ์ ไม่ทุศีล และให้เป็นไปเพื่อสมาธิ วิสุทธิมัคค์ว่า ได้แก่ ปาริสุทธิศีล ๔

(1). “The Purity of Morality” means to keep morality clean and pure based on one’s competence and performance, not of bad conduct, to gain the concentration. As for the Purity Path, it refers to the Fourfold Moral Purity.

(๒) “จิตตวิสุทธิ” หมายถึง ความหมดจดแห่งจิต คือ ฝึกอบรมจิต คือ “ฌาน” จนบังเกิด “สมาธิ” พอเป็นบาทฐานแห่งวิปัสสนา วิสุทธิมัคค์ว่า ได้แก่ สมาบัติ ๘ พร้อมทั้งอุปจาร

(2). “The Purity of Mind” means to purify and develop the mind throughout “Meditation” until obtaining the certain “Concentration” as the path of insight development. As for the Purity Path, it refers to the Eightfold Meditative Attainments with other peripheral practices.

(๓) “ทิฏฐิวิสุทธิ” หมายถึง ความหมดจดแห่งทิฏฐิ คือ ความรู้เข้าใจมองเห็นนามรูปตามสภาวะที่เป็นจริงเป็นเหตุข่มความเข้าใจผิดว่าเป็นสัตว์บุคคลเสียได้ เริ่มดำรงในภูมิแห่งความไม่หลงผิด เกิดความเข้าใจอย่างเห็นจริงรู้แจ้งในหลักธรรม เช่น (๑) กฎแห่งกรรม (๒) เบญจขันธ์ (๓) ปฏิจจสมุปบาท (๔) ไตรลักษณ์ หรือ (๕) อริยสัจจ์ ๔ ซึ่งจัดเป็นขั้นกำหนด “ทุกขอริยสัจจ์” ดังนั้น เมื่อเกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในสภาวะที่แท้จริงของทุกข์ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานทางหลักธรรมเชิงทฤษฎี และเป็นการขจัดข้อลังเลสงสัยแห่งปัญญาหยั่งรู้ (ญาณ) จึงเกิดเป็นข้อถัดไป นั่นคือ

(3). “The Purity of Understanding” means to make one’s understanding righteous and decent to realize the absolute states of “Mind and Body”. It causes to neglect according to misunderstandings of selfness, starting not to stay in the state of delusion, namely recognizing the Ultimate Dhamma, as follows:

1. The Law of Volitional Actions
2. The Five Groups of Existence
3. The Conditioned Genesis
4. The Three Characteristics
5. The Four Noble Truths

This is the stage of perception towards “The Noble Truth of Suffering”. According to the right understanding on a theoretical basis, “The Knowledge of Transcending Doubts” will just take place as for the next stage.

(๔) “กังขาวิตรณวิสุทธิ” หมายถึง ความหมดจดแห่งญาณเป็นเหตุข้ามพ้นความสงสัย ความบริสุทธิ์ขั้นที่ทำให้กำจัดความสงสัยได้ คือ กำหนดรู้ปัจจัยแห่งนามรูปได้แล้วจึงสิ้นสงสัยในกาลทั้ง ๓ ข้อนี้ตรงกับ “ธรรมฐิติญาณ” หรือ “ยถาภูตญาณ” หรือ “สัมมาทัสสนะ” จัดเป็นขั้นกำหนด “สมุทัยสัจจ์” ซึ่งในขั้นนี้เป็นกระบวนการขจัดนิวรณ์ทั้งหมด เพราะเห็นเหตุแห่งทุกข์ที่เกิดขึ้นจากความยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ ๕ นั่นคือ “อุปาทานขันธ์ ๕” เมื่อเกิดความเบื่อหน่าย เห็นพิษภัย และอยากหนีจากสภาพดังกล่าวนี้ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานสภาวธรรมที่เป็นจริงแห่งปรมัตถสัจจะ การหาทางออกในการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง นั่นคือ

(4). “The Purity of Transcending Doubts” means to make clear and right understanding from any suspicions to perceive “The Real States” (Realities) of “Mind and Body” relevant to “The Threefold Time”, as the so –called “The Knowledge of Dhamma Law” or “The Knowledge of Reality” or “The Right Vision”. This is a process of terminating “The Hindrances” at all because of understanding sufferings of attachment, as the so–called “The Five Aggregates of Clinging”. When obtaining “The Knowledge of Contemplation on Dispassion” and “The Knowledge of the Desire for Deliverance”. According to right access of “The Real States” and “The Ultimate Truths”, to search for the best solution will inevitably take place as for the next stage.

(๕) “มัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิ” หมายถึง ความหมดจดแห่งญาณที่รู้เห็นว่าเป็นทางหรือมิใช่ทาง คือ เริ่มเจริญวิปัสสนาต่อไปด้วยพิจารณา “กลาป” ([กะ–หลาบ]: กลาปสัมมสนญาณ) คือ หน่วยที่เล็กที่สุดของรูปธรรม ที่มีองค์ประกอบพื้นฐาน ๘ หน่วย รวมกันไม่สามารถแยกออกจากกันได้ คือ “สุทธัฏฐกกลาป” หมายถึง กลาปซึ่งประกอบด้วย “อวินิพโภครูป ๘” ดังนั้น การพิจารณา “กลาป” เรียกว่า “กลาปวิปัสสนา” หมายถึง การพิจารณาถึงภาพรวมหลักในหมวดธรรม เป็นขั้นตอนการหาข้อสรุปหรือกระบวนการสังเคราะห์ทางความคิด จนมองเห็นความเกิดขึ้น และความเสื่อมไปแห่งสังขารทั้งหลาย นั่นคือ การได้องค์ความรู้เรียกว่า “ดวงตาเห็นธรรม” (ธรรมจักขุ) ในหลัก “ปฏิจจสมุปบาท – อิทัปปัจจยตา” ตามหลัก “ไตรลักษณ์” คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา (แนวคิดตามหลักธรรม “สัญญา ๑๐”) อันเรียกว่า “อุทยัพพยานุปัสสนา” เป็น “ตรุณวิปัสสนา” คือ วิปัสสนาญาณอ่อนๆ

(5) “The Purity of the Knowledge and Vision regarding Path and Not–Path” means to understand clearly the path or not–path by continuing “The Reality–Comprehension–Knowledge”, as “Molecular Structure Analysis or Atom Analysis” relevant to the smallest unit of concrete state with “The Basic Undivided Eightfold–Component”, the so–called “The Basic Complete Structural Eightfold–Corporeality”. The developing stages of conceptualization mean to generalize and synthesize the hypothesized theories based on the occurrence–rise and disappearance–fall of formations, as a body of knowledge called “The Eye of Truth” regarding to “The Principle of Conditioned Genesis” and “The Common Characteristics”, such as, the State of Impermanence, the Sate of Suffering and the State of Being Not Self. According to “The Tenfold Perception”, this process of “Genetic Reflection” (Yonisomanasikàra) is called “The Knowledge of Contemplation on Rise and Fall” as “The Preliminary Development” of weak Insight–Knowledge.

แล้ว มี “วิปัสสนูปกิเลส ๑๐” เกิดขึ้น ซึ่งหมายถึง ธรรมารมณ์ที่เกิดแก่ผู้ได้ “ตรุณวิปัสสนา” หรือวิปัสสนาอ่อนๆ ทำให้เข้าใจผิดว่าตนบรรลุมรรคผลแล้ว เป็นเหตุขัดขวางให้ไม่ก้าวหน้าต่อไปในวิปัสสนาญาณ ได้แก่ (๑) “โอภาส” คือ แสงสว่าง เกิดแสงสว่างอย่างยิ่งที่ไม่เคยได้พบได้เห็น (๒) “ญาณ” คือ ความหยั่งรู้ ปรีชาหยั่งรู้ ความรู้วิเศษ ความรู้ที่คมชัด (๓) “ปีติ” คือ ความอิ่มกายความอิ่มใจ ความอิ่มใจปลาบปลื้มเต็มไปทั้งตัว (๔) “ปัสสัทธิ” คือ ความสงบเย็น ความสงบกายสงบใจ (๕) “สุข” คือ ความสุขสบายใจ ความสุขฉ่ำขื่นทั่วทั้งตัวที่ประณีตอย่างยิ่ง (๖) “อธิโมกข์” คือ ความน้อมใจเชื่อ ศรัทธาแก่กล้า ความปลงใจ ความซาบซึ้งศรัทธาหรือเลื่อมใสอย่างแรงกล้าซึ่งทำให้จิตใจเจิดจ้าหมดความเศร้าหมอง (๗) “ปัคคาหะ” คือ ความเพียรที่พอดี (๘) “อุปัฏฐาน” คือ สติแก่กล้า สติชัด ความน้อมใจเชื่อต่อพระนิพพาน (๙) “อุเบกขา” คือ ความมีจิตเป็นกลาง ความเพิกเฉยต่ออารมณ์ และ (๑๐) “นิกันติ” คือ ความพอใจ ติดใจ

The mediators will counter with “The Ten Defilements of Insight” depending on the feelings of weak Insight–Knowledge with misunderstanding of enlightenment to block the advance in other Insight–Knowledge, such as, (1) “Luminous Aura” as glow or light never seen before, (2) “Knowledge” as an ability of clear and right insight, (3) “Rapture” as unprecedented joy, (4) “Tranquility” as calmness or peaceful quietness, (5) “Pleasure” as happiness or enjoyment, (6) “Fervor” as enthusiasm, loyalty or sanctification (7) “Physical Exertion” as proper endeavor or effort, (8) “Established Mindfulness” as clear and strong carefulness, (9) “Equanimity” as balance of calmness and self–control, and (10) “Delight” as satisfaction or fascination.

ซึ่งแต่ละอย่างล้วนเป็นของประณีต ทำให้พิศวงงงงวยไปได้ ให้สำคัญตนเป็นผู้สำเร็จ ความจริงเป็นกิเลสเครื่องกั้นจิต มิให้สำเร็จพระนิพพาน ธรรมทั้งหมด ยกเว้น “นิกันติ” ซึ่งเป็นตัณหาอย่างสุขุม โดยตัวมันเอง มิใช่เป็นสิ่งเสียหาย มิใช่เป็นอกุศล แต่เพราะเป็นประสบการณ์ประณีตล้ำเลิศที่ไม่เคยเกิดมีแก่ตนมาก่อน จึงเกิดโทษเนื่องจากผู้ปฏิบัติไปหลงสำคัญผิดเสียเองว่าเป็นการบรรลุมรรคผล แต่ในทางตรงกันข้าม สามารถกำหนดได้ว่าอุปกิเลสทั้ง ๑๐ แห่งวิปัสสนานั้นมิใช่ทาง คือ “กิเลส” อย่างแท้จริงที่เริ่มเกิดขึ้นในวิปัสสนาภูมิ ส่วนวิปัสสนาที่เริ่มดำเนินเข้าสู่วิถีนั่นแลเป็นทางถูกต้อง เตรียมที่จะประคองจิตไว้ในวิถี คือ “วิปัสสนาญาณ” นั้นต่อไป ข้อนี้จัดเป็นขั้นกำหนด “มัคคสัจจ์–ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจจ์” และ

Each of them is delicate and fascinated by self–misunderstanding of enlightenment. In fact, they are the defilements to obstruct or prevent mind from Nirvana. All of them are soft Craving, except Delight. By their nature, they are not damages, or bad omens. Because of excellent experience never seen before, the mediators misunderstand that they are enlightening the ultimate states. On the other hand, they can accept the fact that “The Ten Defilements of Insight” are not the path, but Defilements taking place in Insight State, in stead. And in fact, the subsequent Insights are coming in the right path as the next Insight–Knowledge. So, “The Purity of the Knowledge and Vision regarding Path and Not–Path” is the stage of “The Noble Truth of the Path leading to the Extinction of Suffering”. And,

(๖) “ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิ” หมายถึง ความหมดจดแห่งญาณอันรู้เห็นทางดำเนิน คือ ประกอบความเพียรในวิปัสสนาญาณทั้งหลายเริ่มแต่ “อุทยัพพยานุปัสสนาญาณ” ที่พ้นจาก “อุปกิเลส” ดำเนินเข้าสู่วิถีทางแล้วนั้น เป็นต้นไป จนถึง “สัจจานุโลมิกญาณ” หรือ “อนุโลมญาณ” อันเป็นที่สุดแห่งวิปัสสนา ต่อแต่นี้ก็จะเกิด “โคตรภูญาณ” คั่นระหว่างวิสุทธิข้อนี้กับข้อสุดท้าย เป็นหัวต่อแห่ง “ความเป็นปุถุชน” กับ “ความเป็นอริยบุคคล” โดยสรุป วิสุทธิข้อนี้ ก็คือ “วิปัสสนาญาณ ๙” ต่อจากนั้น จึงเป็น “วิสุทธิ” ข้อที่ ๗ คือ “ญาณทัสสนวิสุทธิ” อย่างไรก็ตาม ผู้ศึกษาปฏิบัติธรรมส่วนใหญ่นั้น มักมาติดอยู่ที่คำศัพท์อธิบายขั้นตอนปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จำคำศัพท์ไม่ได้ เพื่อแก้ปัญหาในข้อนี้ ต้องมี “พจนานุกรมพุทธศาสตร์” เป็นคู่มือในทางปฏิบัติ เมื่อมีข้อสงสัยในหลักธรรมข้อใด ก็สามารถตรวจสอบได้ทันที ในทางปฏิบัติจริงนั้น ถ้าปฏิบัติถึงแบบ หลวงปู่ทา จารุธัมโม คือ นั่งสมาธิถึง ๗ วัน ในที่สัปปายะ นั่งจนได้ยินเสียงพระพุทธเจ้ามาเทศน์เรื่อง “อริยสัจจ์ ๔” ได้ ถือว่าเป็นอานิสงส์อยู่สูงของบุคคลนั้น

(6). “The Purity of the Knowledge and Vision of the Way of Progress” means to understand and find out the way of growth, as an attempt to develop all Insights from “The Knowledge of Contemplation on Rise and Fall” to “ The Conformity–Knowledge” or “The Adaptation–Knowledge” that are the end of Insight Development. And after that, “The Knowledge at the Moment of the Change–of–Lineage” goes between this purity item and the last one, the turning point of “Common–One State” and “Noble–One State”. In short, this Purity really means “The Ninefold Insight–Knowledge”. And then, the last seventh stage brings out as “The Purity of Knowledge and Vision”. However, Most of Mediators will practically be prevented with technical terms of Buddhism, especially without an ability to keep in mind. To tackle this problem, using the Buddhist Dictionary as a handbook is necessary. When finding the difficult words in the Pali and Sanskrit languages, keep up the meaning in the dictionary immediately. But, as for the insight practice of Grandpa Thaa Charudhammo, keep on sitting in the suitable place at least for seven days until hearing the sound of the Buddha’s teachings about “The Four Noble Truths”, as the highest good results of those who really attentively do. Of course, that’s the way you like it.

  พุทธพจน์     (The Words of the Buddha)
“ยงฺกิญฺจิ สมุทยธมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมนฺติ”
สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหลายมีความดับไปเป็นธรรมดา
Any reality rises naturally and all of them also fall naturally.
   
อ่านบทความส่งเสริมการพัฒนาปัญญา
กลุ่มคณาจารย์บริหารโครงการ
English Program Project of EPAcademy.com 2005
วิทยาทานไวยาวัจจ์
The Teaching Verification License Service Porject 
Qualified for Non-Thai Teachers in Thailand 
The Prototype Project [2005-2006] 

Mr. Nithee Siripat, Dr. Areewan Iamsa-ard [Project Director], Dr. Amnuay Deshchaisri,
Mr. Sevket Simsek, and Mr. Prasert Limsukkawat
Bansomdejchaopraya Rajabhat University © The Faculty of Education Take a look at the Great Project, please!





สิรภัทร ศิริพัฒน์
  พาหุสัจจะ (Great Learning)

หลายคนอาจสงสัยว่า การหันหน้าเข้าวัด คือ การหมดหนทางต่อสู้ในชีวิต หรือ การยอมแพ้ ความจริงเป็นเรื่องตรงกันข้าม เพราะเราเข้าหา “พระอริยสงฆ์” ผู้ประเสริฐด้วยวิชชาและจรณะเพรียบพร้อม เหนือมนุษย์ปกติทั่วไป ผู้ยังมีกิเลสครอบงำจิตใจทุกขณะ “พาหุสัจจะ” คือ ความเป็นผู้ได้ศึกษาเล่าเรียนมาก สิ่งนี้ คือ คุณสมบัติอย่างหนึ่งของผู้ที่จะเป็น บัณฑิตทางโลก ส่วน สัตบุรุษทางธรรม นั้น กำลังท้าทายพวกเราอยู่ว่า มีจิตใจมุ่งมั่นแค่ไหน

    | Main Page | About Us | Academics | Log In | Email | Contact Us View Log File
 Bye-Bye. Guest!... See you again.   
การระดมสมองกันนั้น
ย่อมเกิดปัญญาและความสำเร็จได้
Brainstorming Brings out Wisdom and Success

 Join Us to Develop Yourself
     Clean... Calm...  Bright...





Copyright © 2001 –
Siripat.com and Academiae Network. All rights reserved. 

The content contained herein is being provided to you for information purposes only. No information or materials posted on this site are intended to constitute
a legal or binding relationship. Siripat.com makes no warrants or claims as to the accuracy of content posted on this website.
To the full extent permissible by applicable law, we disclaim all warranties, express or implied and will not be liable for any damages of any kind arising
from the use of this site, including but not limited to direct, indirect, incidental punitive and consequential damages.


Terms of Use and Service | Privacy Policy | Disclaimer