CHARITY DISTRIBUTION FILES
2600 YEARS
PLEASE DOWNLOAD THE NEW REVISED VERSION   
Download Lastest Version
THE ABSOLUTE TRUTHS NEVER DIE BY THE BUDDHA   
แก่นสารแห่งพุทธธรรม
Visit Siripat.Com
   Return to Siripat.com and Academiae Network
  คำแนะนำ   
 
การเจริญภาวนาให้เกิดญาณสัมปยุตต์แห่งปรมัตถสัจจะด้วยปัญญาภูมิอันพึงเกิดแด่โยคาวจรทั้งหลาย   
 
ความตรัสรู้อริยสัจจ์ย่อมเป็นสมุฏฐานแห่งสัพพัญญุตญาณอานิสงส์อันไพบูลย์ด้วยปัญญาญาณ   
 ท่านสามารถศึกษาธรรมะผ่านไฟล์ Text–WordDoc–PDF–HTML–ASP และ JAVA Script Webpages  
Download Now
Download Now
พุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี แห่งความตรัสรู้
 เชิญชาวพุทธร่วมฉลองด้วยการศึกษาอริยธรรมและประพฤติพรหมจรรย์แห่งพระธรรมวินัยนี้
Download Siripat RSS Feed
Check Out
 
รู้อยู่ที่ใจ ดูอยู่ที่ใจ เห็นอยู่ที่ใจ        
เพ่งอยู่ที่ใจ กำหนดอยู่ที่ใจ         
          ให้เห็นความแจ้ง ความสว่าง ความสงบ ขึ้นในใจ     หลวงปู่ทา จารุธัมโม
คำถาม FAQ อาจารย์นิธี ศิริพัฒน์    
ฉบับเฉลิมฉลอง “พุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี” ใน “วันวิสาขบูชา–มาฆบูชา–อาสาฬหบูชา“ ตลอดปี    
Siripat.Com and Academiae Network    
    You're Visiting the Buddhism Webpage. Enjoy Learning the Noble Virtues.
Last Modified:   July 23, 2019 5:13 PM  ||        

 
| Main Page | About Us | Academics | Miscellany | Log In | Email | Contact Us |  
  Hi Guest!... May I have a talk with you. I think it's very nice and useful guidance.  
 
ขนาดอักษรมาตรฐานหน้านี้ 18PT
    ขนาดอังกษร 18 PT     สัพเพเหระกับผู้เขียน Author Miscellancy 2012


Visitor Number:
4674199
RSS (Really Simply Syndication)  

RSS คืออะไร?
RSS (Really Simple Syndication) คือ รูปแบบไฟล์ของภาษา XML ใช้สำหรับการแบ่งปันหัวเรื่อง ข้อมูลบนเว็บระหว่างเว็บด้วยกัน หรือสำหรับดึงข่าวจากเว็บต่างๆ มาแสดงบนเว็บของคุณ ซึ่งแต่ก่อน อาจมีการสร้างหัวเรื่องของข่าวจากเว็บต้นแบบ จากนั้นนำลิงค์ไปติดที่หน้าเว็บของเรา การแก้ไขถ้าเว็บต้นแบบแก้ไข เว็บของเราจะต้องทำการแก้ไขตามด้วย

นอกจากนี้สำหรับนักท่องเน็ตทั่วไป สามารถนำประโยชน์ของ RSS นี้ไปใช้งานได้ โดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปในเว็บไซต์นั้นบ่อยๆ (ทั้งนี้เนื่องจากหลายๆ เว็บอาจมีการ Udpate ข้อมูลที่ไม่พร้อมกัน) โดยสามารถติดตั้งโปรแกรม RSS Reader ใช้สำหรับดึงหัวข้อข่าวสารที่มีบริการ RSS มาไว้ในเครื่องของเรา และถ้ามีการ Udpate จากเว็บนั้นๆ เราก็สามารถคลิกลิงค์ไปยังเว็บที่ให้บริการได้โดยตรง ทำให้ย่นเวลาในการเข้าไปดูเว็บต่างๆ มากมาย

รู้ได้อย่างไรว่าเว็บไหนมีบริการ RSS สังเกตได้จากสัญลักษณ์ที่มีเครื่องหมาย หรือ ส่วนใหญ่มักอยู่บริเวณเมนูหลักของเว็บ หรือบริเวณส่วนล่างของหน้าเว็บเพจ

เมื่อกล่าวถึง RSS แล้ว หลายท่านอาจจะยังไม่รู้จักว่ามันคืออะไร มีไว้เพื่ออะไร และมีประโยชน์อย่างไร ในความเป็นจริงแล้ว RSS ได้เข้ามามีบทบาทในอินเทอร์เนตอยู่สักพักใหญ่แล้ว และมีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในปัจจุบัน ความรู้ความเข้าใจใน RSS จึงอาจจะเป็นประโยชน์ต่อตัวท่านและธุรกิจของท่านในอนาคต ในบทความนี้ท่านผู้อ่านจะได้ทราบถึงความหมายของ RSS ประวัติความเป็นมาโดยย่อ และประโยชน์ที่ได้รับจาก RSS

คำว่า RSS ย่อมาจาก  Really Simple Syndication ซึ่งอาจแปลเป็นไทยได้ว่า  การกระจายข่าวสารอย่างง่ายๆ ซึ่ง RSS มีวิธีการกระจายข่าวสารโดยกำหนดให้ผู้ที่ต้องการจะกระจายข่าวสารทำการสร้าง RSS Feed ซึ่งเป็นไฟล์ที่อยู่ในรูปแบบของ XML ขึ้นมาไว้บนเซิร์ฟเวอร์ และนำลิงค์ของไฟล์นั้นแจกจ่ายให้กับผู้ที่ต้องการติดตามข่าวสารจากผู้กระจายข่าวสาร ขั้นตอนถัดมาผู้ที่ต้องการจะติดตามข่าวสารจะต้องทำการสมัครหรือลงทะเบียนกับ RSS Feed นั้นๆ โดยใช้ RSS Reader ซึ่ง RSS Reader นี้จะเป็นตัวดึงข่าวสารจากต้นทางหรือผู้กระจายข่าวสารแล้วส่งไปยังปลายทางหรือผู้ติดตามข่าวสารเป็นระยะๆ โดยที่ผู้ติดตามข่าวสารไม่จำเป็นจะต้องทำการตรวจสอบจากหน้าเว็บไซต์ด้วยตนเองเพียงเพื่อต้องการจะทราบว่ามีข้อมูลใหม่ๆหรือข่าวสารใหม่ๆหรือไม่



ความเป็นมาของ RSS

เริ่มจากการสร้างศูนย์กลางเว็บไซต์ของหัวข้อข่าวจากหลายๆแหล่งมารวมไว้ด้วยกัน โดยการคิดค้นของอดีตบริษัท Browser อันดับหนึ่งคือ Netscape ซึ่งเวอร์ชันแรกคือ 0.9 ที่ออกโดย Guha ในปี 2542 จากนั้น Libby ก็ได้ออกเวอร์ชัน 0.91 ออกมาในปีเดียวกันก่อนที่บริษัท Netscape จะหยุดการพัฒนา โดยหลังจากที่ Netscape ได้ถอนตัวออกไปก็ได้มีกลุ่ม RSS-DEV Working Group และ Winer จาก Userland เข้ามาสานต่อ ซึ่ง RSS-DEV Working Group ได้ออกเวอร์ชัน 1.0 ออกมาในปี 2543 ประจวบกับ Winer จาก Userland ที่ออกเวอร์ชัน 0.92 ออกมาในเวลาเดียวกัน จนกระทั่งถึงเวอร์ชัน 2.0 ที่ออกโดย Winer ในปี 2545 ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน

เวอร์ชัน
ออกโดย
เดือนปีที่ออก
0.9
Guha / Netscape
มี.ค. 2542
0.91
Libby / Netscape
ก.ค. 2542
1.0
RSS-DEV Working Group
ธ.ค. 2543
0.92
Winer / Userland
ธ.ค. 2543
2.0
Winer / Userland
ก.ย. 2545
     

ในปัจจุบัน RSS ซึ่งเป็นรูปแบบย่อยอย่างหนึ่งของ XML นั้น ถูกใช้มากในการส่งเนื้อหาที่มีลักษณะเป็นข่าว เว็บบอร์ด หรือบล็อก โดยมีโครงสร้างที่เป็นมาตรฐานคือมีหัวข้อ วันที่ และเวลา พร้อมทั้งเนื้อหาบางส่วน อีกทั้งยังสามารถลิงค์ไปยังรายละเอียดของเนื้อหานั้นๆได้อีกด้วย ซึ่งเนื้อหาลักษณะนี้อาจจะถูกจำแนกอยู่ในประเภทเนื้อหาที่เป็นข้อความเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้นอกจาก RSS จะถูกนำไปใช้ในการเผยแพร่เนื้อหาหรือข่าวสารที่เป็นข้อความอย่างเดียวแล้ว มันยังถูกนำไปประยุกต์ใช้ในการเผยแพร่ข้อมูลประเภทอื่นๆอีกอย่างเช่น Podcast ที่ใช้เผยแพร่ข้อมูลภาพและเสียง เป็นต้น ในเนื้อหาที่มีลักษณะเป็นข่าวนั้น RSS สามารถช่วยให้ผู้กระจายข่าวสามารถแจ้งให้ผู้รับข่าวทราบว่ามีข่าวอะไรใหม่ๆบ้าง ซึ่งการแจ้งให้ทราบเฉพาะข่าวใหม่ๆนี้จะช่วยลดความสับสนให้กับผู้รับข่าวเพราะผู้รับข่าวสามารถทราบได้ทันทีว่าเป็นข่าวสารที่ใหม่กว่าจริงๆ ส่วนในเนื้อหาที่มีลักษณะเป็นเว็บบอร์ดหรือบล็อกนั้น ก็สามารถนำ RSS มาใช้ประโยชน์ได้เช่นเดียวกันกับเนื้อหาที่มีลักษณะเป็นข่าว เพราะเว็บบอร์ดหรือบล็อกนั้นก็อาจแปลงให้อยู่ในรูปของข่าวที่ประกอบไปด้วยหัวข้อ วันที่ และเวลา ได้เช่นเดียวกัน

อีกทางหนึ่ง ซึ่งทำได้โดยการจัดลิงค์สำหรับ RSS Feed ให้กับผู้ที่มาเยี่ยมชมเว็บไซต์ให้เขาสามารถนำไปเพิ่มใส่ใน RSS Reader ของเขาได้ แล้วเมื่อใดก็ตามที่ท่านทำการอัพเดท Feed ของท่าน ผู้ที่เคยมาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของท่านแล้วและได้นำ Feed ที่ทางท่านได้จัดไว้ให้ไปใส่ใน Reader เรียบร้อยแล้ว ก็จะสามารถได้รับทราบข่าวสารใหม่ๆทันที และถ้าเขาสนใจเขาก็สามารถคลิกมาที่เว็บไซต์ของท่านอีกที นอกจากท่านจะจัดทำ Feed สำหรับผู้เยี่ยมชมแล้ว ท่านอาจจะโปรโมท Feed ของท่านโดยนำไปเพิ่มใส่ใน RSS Directories สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของท่านจะได้สามารถค้นหาเจอได้และคลิกมาที่เว็บไซต์ของท่าน


การนำ RSS มาใช้ในทางธุรกิจ


ในบทความนี้ท่านจะได้ทราบถึงวิธีการนำ RSS มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างความนิยมให้กับเว็บไซต์ของท่าน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ RSS แทนจดหมายข่าว (Newsletter) การใช้ RSS เพื่อนำเสนอสินค้าหรือ Promotion หรือการใช้ RSS กับข่าวประชาสัมพันธ์ (Press Release)

ถ้าท่านต้องการให้เว็บไซต์ของท่านมีคนมาเยี่ยมชมมากๆ ท่านอาจจะใช้ RSS ในการช่วยประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ของท่านได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งทำได้โดยการจัดลิงค์สำหรับ RSS Feed ให้กับผู้ที่มาเยี่ยมชมเว็บไซต์ให้เขาสามารถนำไปเพิ่มใส่ใน RSS Reader ของเขาได้ แล้วเมื่อใดก็ตามที่ท่านทำการอัพเดท Feed ของท่าน ผู้ที่เคยมาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของท่านแล้วและได้นำ Feed ที่ทางท่านได้จัดไว้ให้ไปใส่ใน Reader เรียบร้อยแล้ว ก็จะสามารถได้รับทราบข่าวสารใหม่ๆทันที และถ้าเขาสนใจเขาก็สามารถคลิกมาที่เว็บไซต์ของท่านอีกที นอกจากท่านจะจัดทำ Feed สำหรับผู้เยี่ยมชมแล้ว ท่านอาจจะโปรโมท Feed ของท่านโดยนำไปเพิ่มใส่ใน RSS Directories สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของท่านจะได้สามารถค้นหาเจอได้และคลิกมาที่เว็บไซต์ของท่าน

สิ่งหนึ่งที่ควรพิจารณาก็คือ เมื่อทางผู้ประชาสัมพันธ์ได้ทำการจัดทำ Feed ของเว็บไซต์ใดๆก็ตาม ถ้าเขาต้องการที่จะโปรโมทเว็บไซต์ของเขาแล้วล่ะก็เขาควรจะต้องเลือกที่จะใส่เนื้อหาโดยย่อและลิงค์มาที่เว็บไซต์ แทนการใส่เนื้อหาทั้งหมดลงไปใน Feed ทั้งนี้เพราะถ้าผู้อ่านได้อ่านเนื้อหาโดยย่อแล้วต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมก็จะคลิกมาที่เว็บไซต์นั่นเอง วิธีที่ดูแล้วว่าจะเป็นทางที่ดีที่สุดในการทำให้เว็บไซต์เป็นที่นิยมก็คือ การสร้างเว็บไซต์ที่มีประโยชน์ มีเนื้อหาที่ทันสมัยอยู่เสมอ และที่สำคัญคือใช้งานง่าย เว็บไซด์ที่ถูกออกแบบมาอย่างดีแล้วนั้นก็เท่าเทียบเท่ากับเป็นการสร้างความนิยมไปแล้วครึ่งหนึ่ง ผู้คนที่มาเยี่ยมชมแล้วถูกใจก็จะบอกต่อๆกันไปเรื่อยๆ

ในทางธุรกิจหรือการตลาด การส่งข่าวสารต่างๆเกี่ยวกับบริษัทให้ลูกค้าได้ทราบผ่านทางอีเมลเป็นสิ่งที่กระทำกันเป็นปกติ ตัวอย่างข่าวสารที่ส่งกันก็อย่างเช่น ข่าวแนะนำสินค้าหรือโปรโมชันต่างๆ หรือข่าวประชาสัมพันธ์ เป็นต้น ปัจจุบันเมื่อมี RSS เข้ามา การใช้ RSS แทนจดหมายข่าวจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่อาจจะดีกว่าสำหรับลูกค้า ทางบริษัทอาจจะใช้ RSS ควบคู่กับจดหมายข่าว โดยใช้ RSS เป็นหลักซึ่งทางลูกค้าจะรับทราบได้ทันทีที่มีข่าวสารใหม่ๆมา แล้วจึงรวบรวมข่าวสารประจำแต่ละเดือนสรุปเป็นจดหมายข่าวแล้วส่งให้ทางลูกค้าอีกที

บริษัทสามารถใช้ RSS ในการประกาศโปรโมชัน หรือสินค้าตัวใหม่ๆที่เพิ่งออกวางจำหน่าย เป็นต้น การประกาศในลักษณะนี้อาจเปรียบได้กับการโฆษณา ซึ่งถ้าลูกค้าได้อ่านคำอธิบายแล้วสนใจ ก็สามารถคลิกที่ลิงค์ ซึ่งอาจจะพาไปที่เว็บไซต์ของทางบริษัท จึงถือเป็นการสร้างความนิยมให้กับเว็บไซต์ของทางบริษัทอีกด้วย

องค์กรหรือบริษัทต่างๆที่ได้รับข่าวประชาสัมพันธ์ทางแฟกซ์หรืออีเมลอยู่เป็นประจำ อาจจะสนใจที่จะได้รับข่าวสารนั้นผ่านทาง RSS Feed มากกว่า ทางผู้ประกาศข่าวอาจจะสร้าง Feed ที่ประกอบไปด้วยเนื้อหาทั้งหมดของแต่ละข่าว หรือ มีเพียงเนื้อหาโดยย่อเท่านั้นแล้วลิงค์ไปที่เนื้อหาเต็มอีกที สิ่งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณของเนื้อหาและความพึงพอใจของผู้ประกาศ

ในปัจจุบันมีผู้นำ RSS มาช่วยใช้ในการประชาสัมพันธ์มากมาย หลายแห่งได้จัดทำหน้าพิเศษหน้าหนึ่งในเว็บไซต์เพื่อใช้รวบรวมลิงค์ไปยัง RSS หรือ Atom Feed ที่มีอยู่ทั้งหมดในเว็บไซต์นั้นๆ ตัวอย่างเช่น Apple เป็นต้น ที่ได้จัดทำหน้าหนึ่งบนเว็บไซต์ไว้เพื่อให้บริการกับผู้ที่ต้องการรับทราบข่าวสารแต่ละประเภทเกี่ยวกับ Apple ผ่านทาง RSS Feed ซึ่งท่านสามารถเยี่ยมชมหน้านี้ได้ที่นี่


รายละเอียดเพิ่มเติม RSS




RSS Feed ให้ประโยชน์ในการแลกข่าวสาร

ภาษา XML (eXtensible Markup Language)
เป็นภาษาชนิดหนึ่งที่ใช้สำหรับเขียนเอกสารประเภท markup โดยจะมีการใช้ tags ที่มีลักษณะเช่นเดียวกับภาษา HTML เพื่อกำหนด แยกแยะประเภทของข้อมูลให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น จุดเด่นของ XML คือเป็นโปรแกรมที่ยืนหยุ่นมาก และไม่ขึ้นกับโปรแกรมประยุกต์หรือระบบปฏิบัติการใดๆ

วิธีการรับ RSS
กรณีที่ยังไม่มีโปรแกรม RSS ต้อง Download โปรแกรม RSS มาติดตั้งที่เครื่องก่อน โปรแกรม RSS มีหลายค่าย ได้แก่
"คุณเป็นแขกตอนมาเยี่ยม แต่เป็นเพื่อนสมาชิกตอนกลับไป"
Come in as Guests and Leave as Family


อ่าน RSS Feed

RSS Feed on General Topics
Siripat.Com and Academiae Network
:
http://www.Siripat.Com/GlobalHome.xml



สมาชิกลองเข้าไปอ่าน RSS Feed ของเราตามลิงค์ข้างบน

   
   
ดาวน์โหลด  บทความพิเศษ พุทธธรรม ประจำปี ๒๕๕๗  ไว้อ่านที่เครื่องของท่าน

สะดวกในการเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศที่เป็นปัจจุบันทันเหตุการณ์
Siripat.Com and Academiae Network :
http://www.Siripat.Com/Special_Arcticles_2014.xml
 
สมาชิกลองเข้าไปอ่าน RSS Feed ของเราตามลิงค์ข้างบน

   
   
ดาวน์โหลด  บทความพิเศษ พุทธธรรม ประจำปี ๒๕๕๖  ไว้อ่านที่เครื่องของท่าน

สะดวกในการเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศที่เป็นปัจจุบันทันเหตุการณ์
Siripat.Com and Academiae Network :
http://www.Siripat.Com/Special_Arcticles_2013.xml
 
สมาชิกลองเข้าไปอ่าน RSS Feed ของเราตามลิงค์ข้างบน

   
   
ดาวน์โหลด Author Miscellancy Ariticles ไว้อ่านที่เครื่องของท่าน

สะดวกในการเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศที่เป็นปัจจุบันทันเหตุการณ์
Siripat.Com and Academiae Network :
http://www.Siripat.Com/Author_Miscellany2012.xml
 
สมาชิกลองเข้าไปอ่าน RSS Feed ของเราตามลิงค์ข้างบน

   
   
ดาวน์โหลด  บทความพิเศษ พุทธธรรม ประจำปี ๒๕๕๕   ไว้อ่านที่เครื่องของท่าน

สะดวกในการเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศที่เป็นปัจจุบันทันเหตุการณ์
Siripat.Com and Academiae Network :
http://www.Siripat.Com/Special_Arcticles_2012.xml
 
สมาชิกลองเข้าไปอ่าน RSS Feed ของเราตามลิงค์ข้างบน

   
   
  ดาวน์โหลดฟรี RSS Feed Reader (www.rssreader.com)


   


   
อ่านบทความส่งเสริมการพัฒนาปัญญา
กลุ่มคณาจารย์บริหารโครงการ
English Program Project of EPAcademy.com 2005

   
Last Modified:   July 23, 2019 5:13 PM    
 

Welcome to Buddhism
and Wisdom Land
ตรวจสอบสุขภาพจิตวันนี้
เรียนเชิญท่านทั้งหลาย ตรจสอบสุขภาพจิตวันนี้
จิตประภัสสรที่เป็นสมาธิ

ดิฉันศรัทธาในพระพุทธธรรมค่ะ
จิราภา ช่วยบัว นะค่ะ
  Academic Charity Services Provided by
  Academiae Network and Siripat.Com



ขออนุโมทนาบุญ


สาธุ! เด้อ ขอให้ได้แต่สิ่งดีๆ
มุทิตาจิต คือ ความยินดี ในเมื่อผู้อื่นอยู่ดีมีสุข มีจิตผ่องใสบันเทิง กอปรด้วยอาการแช่มชื่นเบิก บานอยู่เสมอ ต่อสัตว์ทั้งหลายผู้ดำรงในปกติสุข พลอยยินดีด้วยเมื่อเขาได้ดีมีสุข เจริญงอกงาม ยิ่งขึ้นไป



Powered by Academiae Network



ภาษาไทย
 
   การแสดงผลไฟล์ RSS Feed ที่ลิงค์ http://www.siripat.com/GlobalHome.xml จำนวน 30 รายการ
คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ค้นความหมายคำศัพท์ภาษาอังกฤษเพิ่มเติม Double Click ที่คำศัพท์นั้น ๆ
  faded line

Check out Siripat RSS Feed on Dhamma in Thai version
กลับหน้าแรก  
Back to Main Page >>>

Siripat.Com     Posted: On Sunday: April 29, 2012. 12:37:59 AM
  เรื่องของสมาธิ
คัมภีร์พระธรรมอยู่ที่ไหน ก็อยู่ที่ “กาย” กับ “ใจ” การปฏิบัติธรรมซึ่งอาศัยกายกับใจ เป็นหลักสติก็ดี สัมปชัญญะก็ดี ก็เป็นกิริยาของใจทั้งนั้น “กาย” คือ อาการ ๓๒ ธาตุ ๔ ขันธ์ ๕ อายตนะ๑๒ที่มีอยู่ ก็เป็นเครื่องรู้ของใจ มันเป็นวัตถุ เรียกว่า “รูปธรรม” (เพิ่มเติม: – ธรรม หมายถึง สภาวะ สิ่ง หรือปรากฏการณ์ ประกอบด้วย ธรรม ๓ ได้แก่ กุศลธรรม อกุศลธรรม และอัพยากตธรรม)

Siripat.Com     Posted: On Sunday: April 29, 2012. 12:38:33 AM
  การปฏิบัติธรรมเพื่อความเป็นพุทธะ
ณ โอกาสต่อไปนี้ จะได้บรรยายธรรมะเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม เพราะในสมัยปัจจุบันนี้ รู้สึกว่ามีผู้สนใจในการปฏิบัติธรรมเรื่องเกี่ยวกับการทำสมาธิภาวนามาก และต่างก็แสวงหาครูบาอาจารย์ที่จะให้คำแนะนำ หรือชี้แนวทางในการปฏิบัติ บางครั้งในการแสงหาครูบาอาจารย์ผู้ให้คำแนะแนวทางปฏิบัตินั้น บางทีก็อาจผิดพลาดซึ่งไม่ตรงกับหลักความเป็นจริง ตามแนวทางแห่งพระพุทธศาสนา แต่ก่อนอื่น ขอทำความเข้าใจกับบรรดาท่านผู้ฟังทั้งหลายว่า คำว่า “สมาธิ” คือ ความสงบจิตนั้นเป็นความจริงอย่างหนึ่ง ซึ่งเมื่อมีการปฏิบัติแล้วผลเกิดขึ้น มีลักษณะคล้ายคลึงกันและเหมือนกันหมดไม่มีแตกต่าง จะเป็นลัทธิศาสนาใดก็ตามหรือลัทธิพิธีการใด ๆ ก็ตาม เมื่อมีการปฏิบัติเกี่ยวเนื่องกับการทำสมาธิ เมื่อทำให้จิตสงบลงไปจริง ๆ แล้ว เหมือนกันหมด จะเป็นศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์ หรือศาสนาพุทธก็ตาม หรือแม้ลัทธิอื่น ๆ ที่มีการทำสมาธิ เมื่อทำจิตใจสงบลงเป็นสมาธิไปได้ มีลักษณะอย่างเดียวกันหมด ถ้าสมาธิแตกต่างกัน สมาธิก็ไม่ใช่สัจจธรรม ที่เรารู้สึกว่า สมาธิมีความแตกต่างกันนั้น เพราะเราไปยึดวิธีการมากเกินไป ดังนั้น สมาธิจึงเป็นกิริยาของจิต หรือจะว่าตามภาษาชาวบ้านว่า สมาธิเป็นกิริยาของใจ

Siripat.Com     Posted: On Sunday: April 29, 2012. 12:42:09 AM
  ศีลห้าคืออุบายสร้างความรัก
ขอโอกาสต่อครูบาอาจารย์ ขอแสดงเมตตาจิตต่อบรรดาท่านพุทธสาสนิกชนทั้งหลาย และขอกล่าวว่า ขอแสดงความยินดีที่เราท่านทั้งหลายมีชีวิตรอดจากอันตรายมาจนกระทั่งจวบถึงวันขึ้นปีใหม่ ปีเก่าที่ผ่านไป เราได้สร้างคุณงามความดีโดยอาศัย กาย วาจา และใจ เป็นพื้นฐานแห่งการสร้างคุณงามความดี เพราะอาศัยคุณงานความดีนั้นๆ เราจึงมีอายุผ่านพ้นอันตรายมาได้ด้วยดี เพราะอาศัยการที่เรามีคุณความดี คือ “บุญกุศล” ส่งให้เรามีชีวิตยืนยาวมาถึงขนาดนี้ ทุกท่านไม่ควรประมาทในการที่จะบำเพ็ญทาน–ศีล–ภาวนา “ทาน–ศีล–ภาวนา” เป็นแผนการสร้างคุณงามความดี

Siripat.Com     Posted: On Sunday: April 29, 2012. 12:44:44 AM
  การละกิเลสด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา
ณ โอกาสต่อไปนี้ จะได้นำธรรมะอันเป็นคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามากล่าวบรรยายเพื่อประดับสติปัญญาของท่านผู้ฟัง แต่ความจริงการศึกษาธรรมะและการฟังธรรมะนั้น เราฟังกันมาจนมากมายแล้ว เข้าใจว่าสมาคมนี้มีนักศึกษาธรรมะและนักรู้ธรรมะที่มีความละเอียดลึกซึ้งมาก แต่การรู้ธรรมะ หรือธรรมะที่เราศึกษารู้ตามตำรับตำรานั้น เป็นแต่เพียงเครื่องอุปกรณ์หรือแผนที่ ที่เราจะถือเป็นหลักดำเนินการปฏิบัติ

Siripat.Com     Posted: On Sunday: April 29, 2012. 12:47:16 AM
  การเจริญพระพุทธคุณ
บัดนี้ จะได้บรรยายธรรมะอันเป็นคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ว่าด้วยการเจริญพระพุทธคุณ “การเจริญพระพุทธคุณ” ก็เป็นอารมณ์การภาวนาอย่างหนึ่ง เรียกว่า “พุทธานุสติ” มีอยู่ในหมวด “อนุสติ ๑๐” ในอารมณ์ของ “สมาถกรรมฐาน” ๔๐ ประการ แต่สำหรับโอกาสนี้ จะได้นำวิธี “การเจริญพระพุทธคุณ” อันเป็น “สมาถกรรมฐาน”มาบรรยายพอเป็น “สติเตือนใจ” และขอให้ท่านผู้ฟังทั้งหลายทำความเข้าใจไว้ก่อนว่า “การเจริญพระพุทธคุณ” หรือ “พุทธานุสติ” เป็นแต่เพียงอารมณ์การปฏิบัติกรรมฐานส่วนหนึ่ง ซึ่งใครเจริญแล้วก็มีค่าเท่ากันกับการเจริญกรรมฐานอย่างอื่น

Siripat.Com     Posted: On Sunday: April 29, 2012. 12:49:05 AM
  อุบายวิธีดับไฟนรก
ขอให้ทุกท่านเตรียมนั่งสมาธิ การนั่งสมาธิ นั่งให้สบาย จะนั่งลง เอาขาขวาทับขาซ้าย เอามือขวาวางทับมือซ้าย ตั้งกายให้ตรง หรือจะนั่งพับเพียบหรือท่าใดก็ได้ที่ตนสบาย เมื่อนั่งแล้วให้ตรวจดู ให้หายใจยาวๆ ดูว่าเรานั่งสบายแล้วหรือยัง เมื่อเรานั่งสบายแล้ว ก็กำหนดจิต กำหนดสติ ให้รู้ด้วยจิตของตัวเอง และพยายามนึกว่า ขณะนี้มีเราตัวคนเดียวในโลก หนึ่งไม่มีสอง ให้กำหนดรวมที่จิตของตนเองเท่านั้น

Siripat.Com     Posted: On Sunday: April 29, 2012. 12:53:27 AM
  อุตริมนุสธรรม
ณ โอกาสนี้ จะได้อัญเชิญธรรมกถาอันเป็นคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาแสดงเพื่อเป็นเครื่องประดับสติปัญญาของท่านพุทธศาสนิกชน ผู้สนใจในการฟังธรรม เราได้ยินพระท่านแสดงธรรมที่ไหน ท่านก็บอกว่า บัดนี้ จะได้แสดงธรรมะคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่มีพระองค์ไหนสักองค์หนึ่งที่บอกว่า อาตมาจะมาแสดงธรรมะของอาตมาเอง ทำไมจึงต้องอ้าง ทำไม่จึงเป็นอย่างนั้น ก็เพราะเหตุว่า ธรรมะคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็น “อุตริมนุสธรรม” เรียกว่า “ธรรมอันสูงยิ่งของมนุษย์” ซึ่งเป็นธรรมที่มนุษย์จะพึงได้พึงถึงด้วยการพากเพียร หรือด้วยการบำเพ็ญเพียรภาวนา ขวนขวาย ในการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ

Siripat.Com     Posted: On Sunday: April 29, 2012. 12:55:29 AM
  การพิจารณาหลักธรรมโยนิโสมนสิการ
ความน่าอัศจรรย์ในการศึกษาแนวคิดเชิงพุทธศาสตร์ (Buddhistic Approach) หรือหลักปรัชญาเชิงพุทธศาสนา (Buddhistic Philosophy) นั้น เนื่องจากว่า “พุทธศาสนา” (Buddhism) มีสถานภาพเป็นได้ทั้ง “ศาสนา” (Religion) และ “ปรัชญา” (Philosophy) ในเวลาเดียวกัน แต่สิ่งที่น่าพิศวงมากกว่านั้น ในปัจจุบันมีผู้รู้ (Scholars) จำนวนมาเริ่มทะลายกำแพงวัดออกซึ่งกั้นเขตพรหมแดนความรู้ (Knowledge Boundary) ระหว่างศาสนากับวิทยาศาสตร์ลงมากขึ้น ซึ่งส่วนนี้ถือว่าไม่เป็น “อกุศลกรรม” ของเจตนาการกระทำอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้รู้ที่มาจากสาขาแพทย์ศาสตร์ เขียนหนังสือด้านธรรมะออกมาสู่สาธารณชนมากยิ่งขึ้น แทนที่จะเป็นสาวกผู้สืบทอดพระศาสนาซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการรับผิดชอบกิจทางศาสนานี้

Siripat.Com     Posted: On Sunday: April 29, 2012. 12:57:25 AM
  การอนุมานข้อมูลเพื่อสร้างปัญญา
การอนุมาน (Inference) หรือการลงความเห็นในข้อสรุป (Generalization) จากข้อมูล (Data) ที่เกี่ยวกับปรากฏการณ์ (Phenomenon) ต่างๆ ทางสังคมเพื่อให้ได้ (๑) “ข้อสรุปเฉพาะ” (Specific Conclusion) และ (๒) ข้อสรุปทั่วไป (General Conclusion) สำหรับ “ข้อสรุปเฉพาะ” นั้น เป็นข้อสรุปในเชิงลึกแบบแนวดิ่งในรูปแบบระบบทั้งระบบ (System) ซึ่งข้อสรุปดังกล่าวนี้ คือ การแสดงความคิดเห็น (Opinions) หรือการให้เหตุผลจากหลักทั่วไปเพื่อไปสู่เรื่องเฉพาะ (Deductive Reasoning) คือ การหาเหตุผลแบบนิรนัย หรือ “การสังเคราะห์” (Synthesis)

Siripat.Com     Posted: On Sunday: April 29, 2012. 12:59:40 AM
  คุณลักษณะหลักธรรมพระพุทธศาสนา
องค์สมเด็จพระพุทธเจ้าทรงค้นพบหลักธรรมเป็นเวลานานถึงสองพันห้าร้อยปีผ่านมาแล้ว ระบบการสั่งสอนในสมัยเริ่มแรก คือ การสอนด้วยปากเปล่า ผู้เรียนจะต้องมีความจำดีเป็นพิเศษถึงจะจำหลักธรรมต่างๆ ได้ การเปรียบเทียบความรู้ความฉลาดของคนจึงใช้การเปรียบเทียบเชิงอุปมาอุปไมย (Simile) กับ “ดอกบัวสี่เหล่า” เพราะฉะนั้น ผู้ที่จะเข้าใจหลักธรรมได้ดี คือ พวกมีการศึกษาดีหรือความจำดีเป็นพื้นฐานก่อน คุณลักษณะของหลักธรรมทางพุทธศาสนานั้น เป็นความสามารถทางปัญญาในการพิสูจน์กับข้อเท็จจริงในธรรมชาติ ไม่ใช่บอกให้เชื่อ แต่ต้องพิสูจน์ด้วยตนเองถึงจะเห็นสัจจธรรมหรือข้อเท็จจริงดังกล่าวนั้น

Siripat.Com     Posted: On Sunday: April 29, 2012. 1:03:15 AM
  เครื่องรู้ของจิตเครื่องระลึกของสติ
ความเข้าใจใน “การปฏิบัติธรรมสมาธิ” (Wisdom Practice and Development) เป็นภารกิจที่สำคัญยิ่งยวดสำหรับชีวิตสำหรับผู้ใฝ่ฝันในการเดินทางไปสู่ความสงบสุขของจิต สำหรับ “ธรรมสมาธิ” (Dharma Concentration) นั้น คือ ธรรมที่ทำให้เกิดความมั่นสนิทในธรรม เกิดความมั่นใจในการ ปฏิบัติธรรมถูกต้อง กำจัดความข้องใจสงสัยเสียได้ เมื่อเกิดธรรมสมาธิ คือ ความมั่นสนิทในธรรม ก็จะเกิดจิตตสมาธิ คือ ความตั้งมั่นของจิต

Siripat.Com     Posted: On Sunday: April 29, 2012. 1:04:53 AM
  จิตเป็นใหญ่เหนือสสาร
โครงสร้างของคนจะประกอบด้วย ๒ องค์ประกอบ คือ กาย (สสาร) และใจ (จิต) ดังนั้น ร่างกายประกอบด้วย ๕ อวัยวะหลัก ได้แก่ ตา คือ ระบบรับภาพ หู คือ ระบบรับคลื่นเสียง จมูก คือ ระบบรับรส กาย คือ ระบบรับสัมผัส และใจ คือ ระบบรับรู้ทางอารมณ์ ให้สังเกตว่า “ใจ” จะเป็นตัวควบคุมด้านอารมณ์ (Emotions) ซึ่งกลไก (Organism) ส่วนนี้จะทำหน้าที่ซับซ้อนมากที่สุด เพราะเป็นเรื่องนามธรรม (Abstract) เราจะสามารถเข้าใจได้อย่างประจักษ์ด้วยการใช้ “จิต” พิจารณา “อาการของจิต” (เจตสิก– Mental Factors) เท่านั้น

Siripat.Com     Posted: On Sunday: April 29, 2012. 1:06:47 AM
  การระลึกรู้ตัวอยู่ตลอด – สติสัมปชัญญะ
สติสัมปชัญญะมีสำคัญมากในการปฏิบัติธรรมและการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน ดังนั้น ผู้ที่ขาดสติสัมปชัญญะมีสิทธิ์เกิดความคิด“วิปลาส” คือ มีความคิดผิดเพี้ยนจากความเป็นจริง หรือถูกเป็นผิด คือ เห็นกงจักรเป็นดอกบัว นั่น คือ อยู่ใน “วงจรของกิเลส” ได้แก่ อวิชชา ตัณหา และอุปาทาน “อวิชชา” คือ ความไม่รู้แจ้งเห็นจิรงว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาจากเหตุปัจจัยร่วมกันจากอดีต ปัจจุบัน ถึงอนาคต “ตัณหา” คือ ความทะยานอยากในกามคุณ ความอยากจะเป็น และความไม่อยากเป็น และ “อุปาทาน” คือ ความยึดติดอันเนื่องมาจากตัณหาโดยผูกพันเอาตัวตนเป็นที่ตั้ง

Siripat.Com     Posted: On Sunday: April 29, 2012. 1:08:48 AM
  สภาวะแห่งความวิปลาสในความคิด
ความคิดริเริ่ม (Initiativeness) หรือ ความคิดสร้างสรรค์ (Creativeness) เป็นความคิดที่มีพรมแดนติดกับ ความคิดวิปลาส (Distortion) หรือ ความคิดขาดสติ (Mindlessness) ในบางครั้ง เราจะสังเกตเห็นพวกอ่านหนังสือมากแต่ไม่สามารถต่อยอดความคิดที่อ่านได้ (Reproduction) คือ เห็นแต่ตัวหนังสือแต่มองไม่เห็นวิธีคิดของผู้เขียน (Thoughts Between The Lines) หรือเปรียบเสมือนการมองป่า มองเห็นแต่พุ่มต้นหญ้าแทนที่จะมองเห็นองค์ประกอบของป่าทั้งหมด

Siripat.Com     Posted: On Sunday: April 29, 2012. 1:10:43 AM
  ลักษณะสากลและความซ้ำซ้อน
ในการมองสภาวธรรมต่างๆ รอบตัวเราและการทำความเข้าใจกับปรากฏการณ์ดังกล่าวนั้น มีคำสองคำที่ควรทำความเข้าใจ คือ “ลักษณะสากล” (Universal) กับ “ความซ้ำซ้อน” (Redundancy) นั่นคือ “ลักษณะสากล” หมายถึง ลักษณะรวมที่มีในองค์ประกอบทุกองค์ประกอบ ส่วนที่ไม่ใช่ลักษณะรวมนั้น จะเป็น “คุณสมบัติที่มีลักษณะเฉพาะ” (Distinctive Features) ที่มีความเป็น “เอกลักษณ์เฉพาะตัว” (Uniqueness) อีกระดับหนึ่ง

Siripat.Com     Posted: On Sunday: April 29, 2012. 1:16:31 AM
  หลักการพิจารณาสภาวธรรม-จุดสิ้นสุดแห่งการวิวัฒน์ปัญญาญาณของมนุษยชาติ
สำหรับหัวข้อเรื่อง “หลักการพิจารณาสภาวธรรม” นั้น ก่อนอื่นให้เราทำความเข้าใจเกี่ยวกับคำนิยามความหมายของคำว่า “สภาวธรรม” (Natural Phenomenon) เป็นอันดับแรก เพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างถูกต้องในทางเดียวกัน

Siripat.Com     Posted: On Sunday: April 29, 2012. 1:18:32 AM
  สัญลักษณวิทยา
ตามแนวคิดของ Pierre Guiraud นั้น สัญลักษณวิทยา (Semiology) เป็นศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับระบบของสัญลักษณ์ (Sign) ที่ปรากฏอยู่ในความคิดของมนุษย์ ซึ่งหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่าง เช่น ภาษา รหัส สัญญาณ เครื่องหมาย เป็นต้น ตามคำนิยามความหมายของสัญลักษณวิทยานั้น ภาษาจึงจัดเป็นส่วนหนึ่งของสัญลักษณวิทยา แต่อย่างไรก็ตาม Pierre Guiraud ได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับสัญลักษณวิทยา เฉพาะระบบสัญลักษณ์ที่ไม่ใช่ภาษา คือ อยู่นอกขอบเขตของเรื่องภาษา สำหรับขอบเขตของสัญลักษณวิทยานั้น ก็ยังมีผู้ให้ความสนใจแตกต่างกันไป เช่น Ferdinand de Saussure

Siripat.Com     Posted: On Sunday: April 29, 2012. 1:20:46 AM
  ความสามารถในการเพิ่มศักยภาพปัญญาหยั่งรู้
หลังจากผู้ปฏิบัติธรรมผ่านการฝึกจิตให้เกิดศักยภาพขึ้น นั่นหมายถึง การฝึกฝนให้เกิดความชำนาญความคล่องแคล่วในการเจริญสมาธิภาวนา คือ ระดับ “อัปปนาสมาธิ” ซึ่งเป็นสมาธิในฌาน หรือระดับ “อัปปนาภาวนา” ซึ่งเป็นภาวนาขั้นแน่วแน่ หรือการฝึกสมาธิขั้นเป็น “อัปปนาสมาธิ” ได้แก่ เสพปฏิภาคนิมิตที่เกิดขึ้นแล้วนั้นสม่ำเสมอด้วย “อุปจารสมาธิ” จนบรรลุ “ปฐมฌาน” คือ ถัดจาก “โคตรภูญาณ” (ความหยั่งรู้ที่เป็นหัวต่อแห่งการข้ามพ้นจากภาวะปุถุชนเข้าสู่ภาวะอริยบุคคล) ขณะในฌานชวนะเป็นต้นไป

Siripat.Com     Posted: On Sunday: April 29, 2012. 1:22:37 AM
  การต่อยอดความรู้ในการเจริญปัญญา
คุณลักษณะพิเศษในการปฏิบัติธรรม คือ การพัฒนาจิตใจหรือบำเพ็ญภาวนาจิตให้ก้าวหน้าจาก “สามัญชน” สู่ความเป็น “อริยบุคคล” หมายถึง ผู้ประเสริฐยิ่งยวดด้วยคุณธรรมแห่งสัตบุรุษ แนวทางปฏิบัติธรรมของพระบรมศาสดาเป็นทรัพย์แห่งมนุษยชาติ ไม่ใช่สมบัติของชนเผ่าใดเผ่าหนึ่ง นั่นหมายความว่า “หลักธรรม” ซึ่งเป็น “ปรมัตถสัจจะ” ที่พระองค์ค้นพบด้วยพระองค์เอง คือ ความจริงแท้ที่เป็น “กฎธรรมชาติ” ซึ่งเป็นคำตอบสำหรับศาสตร์สาขาต่างๆ ของมนุษยชาติ

Siripat.Com     Posted: On Sunday: April 29, 2012. 1:24:25 AM
  ความแตกต่างระหว่างความเป็นผู้รู้กับความเป็นผู้ไม่รู้
ความเป็นผู้รู้กับการเป็นผู้ใช้นั้น เป็นเรื่องสำคัญในพุทธศาสนา “ความเป็นผู้รู้” (Competence) คือ ความสามารถในความเข้าใจ การกำหนดพิจารณา ความรู้แจ้งเห็นจริง ความสามารถในการหยั่งรู้ ในสภาวธรรมต่างๆ ในเชิงทฤษฎีอย่างละเอียดถี่ถ้วนด้วยตนเอง ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับปริยัติศาสนา (Scriptural Teaching) สำหรับ “การเป็นผู้ใช้” (Performance) คือ ความสามารถในการนำทฤษฎี หลักการ กฎ ข้อระเบียบ มาประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม และเป็นประโยชน์อย่างผสมประสานสอดคล้องกับการดำเนินชีวิต โดยมีเป้าหมายในการเกื้อกูลให้ประสบความสำเร็จแก่การตรัสรู้ธรรมทั้งปวง ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับปฏิบัติศาสนา (Practical Teaching)

Siripat.Com     Posted: On Sunday: April 29, 2012. 1:26:12 AM
  ความล้มเหลวในการปฏิบัติธรรม
ปัญหาทางสังคมที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงทางด้านจิตใจของศาสนิกชนทุกศาสนานั้น คือ ผู้นำทางด้านจิตวิญญาณประพฤติผิดหลักจริยธรรมด้วยความตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจก็ตาม ในปัจจุบันนี้กำลังมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องให้ความสนใจอย่างจริงจัง ซึ่งต้องใช้วิธีป้องปรามและลงโทษให้หมดภาระหน้าที่รับผิดชอบงานทางศาสนา เพื่อลดความรู้สึกและทัศนคติที่ไม่ดีต่อพระศาสนาให้เร็วที่สุด

Siripat.Com     Posted: On Sunday: April 29, 2012. 1:28:14 AM
  ธรรมที่เป็นปฏิปักษ์ต่อความสำเร็จ
“ความสำเร็จทางโลก” คือ ความเป็นผู้รู้แห่งปราชญ์ ความเป็นนักวิชาการ หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ในทางตรงกันข้าม “ความสำเร็จทางธรรม” คือ ความเป็นผู้ตรัสรู้ธรรมแห่งพระนิพพาน ความเป็นผู้ได้ดวงตาเห็นธรรม ผู้เป็นสัพพัญญูด้วยญาณทัสสนะ หรือผู้เป็นพหูสูต หรือกล่าวโดยสรุป คือ การเป็นบุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปัญญาทั้ง ๓ ระดับ ได้แก่ (๑) จินตามยปัญญา คือ กระบวนการวิเคราะห์ สังเคราะห์ การคิดหาเหตุผล ด้วยตนเอง ซึ่งจัดเป็นข้อมูลปฐมภูมิ (๒) สุตมยปัญญา คือ กระบวนการเรียนรู้ความคิดต่างๆ จากบุคคลอื่น การศึกษาแสวงหาความรู้จากเอกสารประเภทต่างๆ ซึ่งจัดเป็นข้อมูลทุติยภูมิ และ (๓) ภาวนามยปัญญา คือ กระบวนการพัฒนาจิตใจและปัญญาด้วยความรู้ที่ยิ่งยวดเพื่อหยั่งรู้ในสภาวธรรมทั้งหลายด้วย “ญาณทัสสนะ” (สัพพัญญุตญาณ) ซึ่งจัดเป็นข้อมูลปฐมภูมิ

Siripat.Com     Posted: On Sunday: April 29, 2012. 1:29:54 AM
  หลักไตรลักษณ์กับการตรัสรู้ธรรม
หลักธรรมในพุทธศาสนาเป็นการหาข้อสรุปจากการกำหนดพิจารณาสภาวธรรมปรากฏขึ้นจริงในธรรมชาติ โดยการเริ่มต้นพิจารณาให้รู้แจ้งเห็นจริงจาก (๑) ร่างกาย โดยทำการศึกษาองค์ประกอบทางสรีรวิทยาของร่างกาย นั่นคือ “มหาภูตรูป ๔” ได้แก่ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ และ วาโยธาตุ กับระบบชีววิทยา นั่นคือ “อุปาทายรูป ๒๔” ซึ่งเป็นรูปอาศัยที่แสดงอาการลักษณะของ “ธาตุ ๔” ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ระหว่างสสารที่รวมตัวกันและมีชีวิต และทำการควบคุมระบบโครงสร้างร่างกายด้วยข้อปฏิบัติแห่งศีล เป็นการชำระการล้างบาปกรรมไม่ให้เกิดขึ้น

Siripat.Com     Posted: On Sunday: April 29, 2012. 1:29:54 AM
  สภาวะที่ไม่ปรุงแต่งด้วยเหตุปัจจัย
ความหมายของวลี “สภาวะที่ไม่ปรุงแต่งด้วยเหตุปัจจัย” นี้ มีความสำคัญต่อการประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อการพัฒนาปัญญาด้วยการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ความสัมพันธ์ของวลีนี้เกี่ยวข้องกับข้อความอื่นๆ ในด้านพุทธศาสนาอย่างไร ข้อสำคัญสำหรับประเด็นนี้เป็น เรื่องที่ผู้ประพฤติปฏิบัติธรรมจำต้องทำความเข้าใจให้เห็นแจ้งรู้จริง เพื่อประโยชน์สูงสุดในการศึกษาแก่นพระสัทธรรมในภาพรวม อันได้แก่ (๑) ปริยัตติสัทธรรม (๒) ปฏิปัตติสัทธรรม และ (๓) ปฏิเวธสัทธรรม นอกจากนี้ ยังรวมถึงแนวความคิดทางด้านพุทธปรัชญา (The Philosophy of Buddhism) ที่มักกล่าวถึงเรื่อง “สุญญตา” (Emptiness) เช่นเดียวกัน

Siripat.Com     Posted: On Friday: May 21, 2012. 10:45:40 AM
  วิปัสสนูปกิเลสในวิปัสสนากัมมัฏฐาน
สิ่งที่เป็นอุปสรรคขัดขวางความก้างหน้าในการสร้างความดีนั้น คือ “กิเลส” คือ สภาพที่ทำให้จิตเศร้าหมอง ด้วยความขาดสติสัมปชัญญะที่จะไตร่ตรองก่อนคิดก่อนกระทำการใดๆ สภาวะที่จิตเศร้าหมองนี้ ทำให้ประสิทธิภาพของจิตอ่อนแอลง ส่งผลกระทบต่อระบบร่างกายในเวลาเดียวกัน เพราะกองชีวิตของก็คือ “เบญจขันธ์” ซึ่งประกอบด้วยขันธ์ทั้ง ๕ เรียกว่า “ขันธ์ ๕” ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ

Siripat.Com     Posted: On Friday: May 21, 2012. 10:50:20 PM
  สัมมาปฏิปทาแห่งอริยสัจจ์ ๔
พระศาสดาได้ทรงตั้งสมมุติฐานในการปฏิบัติธรรมไว้ที่ “กองทุกข์ทั้งปวง” ซึ่งหมายถึง ความทุกข์ที่มีอยู่ทั้งหมดในชีวิต ที่ทำให้ ลำบาก เจ็บปวด ทนทุกข์ทรมาน อยู่ตลอดเวลา สมมุติฐานนี้เกิดจากที่พระองค์ทรงได้รับการปรนนิบัติให้เสวยสุขในราชวังอย่างล้นเหลือ จากพระเจ้าสุทโธทนะกับพระนางเจ้ามายา เพื่อหนีจากคำทำนายคติหลังของฤษีอสิตดาบส (กาฬเทวิลดาบส) ว่าไว้เป็น ๒ คติ คือ “ถ้าอยู่ครองสมบัติ จักเป็นจักรพรรดิราช ถ้าออกบรรพชา จักได้เป็นพระศาสดาเอกในโลก” แต่พระศาสดาทรงกลับมีพระอัธยาศัยน้อมไปในบรรพชา เนื่องจากทอดพระเนตรเห็นเทวทูตทั้งสี่ คือ “นิมิต ๔” หมายถึง สิ่งที่พระโพธิสัตว์ทอดพระเนตรเห็น อันเป็นเหตุปรารภที่จะเสด็จออกบรรพชา ได้แก่ (๑) ชิณณะ คนแก่ (๒) พยาธิตะ–อาพาธิกะ คนเจ็บ (๓) กาลกตะ– มตะ คนตาย และ (๔) ปัพพชิตะ บรรพชิต– นักบวช

Siripat.Com     Posted: On Friday: May 21, 2012. 11:05:39 AM
  วิปัสสนาญาณกับญาณเพื่อความตรัสรู้ธรรม
ในการเริ่มต้นศึกษาพุทธศาสนานั้น มีคนจำนวนมากยังสับสนและไม่เข้าใจในรายละเอียดว่าจะเริ่มต้นอย่างไรถึงจะถูกต้อง และจะนำความรู้มาใช้ให้เป็นประโยชน์สูงสุดสำหรับการดำเนินชีวิตอย่างไร เพราะการเริ่มต้นที่ผิดในครั้งแรก ย่อมส่งผลด้านลบในการพัฒนาความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรมอย่างแน่นอน ดังนั้น ก่อนที่จะอธิบายถึงความรู้อันวิเศษระดับสูง ได้แก่ “วิปัสสนาญาณ ๙” (Insight–Knowledge) กับ “ญาณ ๑๖” (Insight) จึงขอบรรยายรายละเอียดก่อนในอันดับแรก เกี่ยวกับ หลักสัทธรรม (Good Law) และ หลักคำสอน (Teaching) ให้เป็นแนวทางในการศึกษาค้นคว้าที่กว้างและชัดเจนด้วยประการฉะนี้ ในการศึกษาพระสัทธรรม (Essential Doctrine) นั้น คือ การศึกษาธรรมอันดี ธรรมที่แท้ ธรรมของสัตบุรุษ หลักหรือแก่นศาสนา

Siripat.Com     Posted: On Friday: May 21, 2012. 11:29:15 PM
  อัตตสัมปทาแห่งภาวิตัตต์
ก่อนอื่นที่จะเริ่มอภิปรายถึงความหมายของคำว่า “อัตตสัมปทา” รวมถึงความหมายคำว่า “ภาวิตัตต์” ในบทความนี้ มีคำที่ต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนเพื่อเป็นพื้นฐานในการปฏิบัติธรรม ได้แก่ บุญ กุศล วาสนา อาภัพ และ บารมี ตามลำดับ อันดับแรกนั้น คือ (๑) ความหมายของคำว่า “บุญ” (กุศล) คือ ความสุข ความดี (กุศลธรรม) กรรมดี (กุศลกรรม) กุศลธรรม ธรรมที่ตัดความชั่วอันเป็นดุจหญ้าคา สภาวะหรือการกระทำที่ฉลาด กอปรด้วยปัญญา หรือเกิดจากปัญญา เกื้อกูล เอื้อต่อสุขภาพ ไม่เสียหาย ไร้โทษ ดีงาม มีผลเป็นสุข กรรมที่ดีงามเป็นประโยชน์ ความประพฤติชอบทางกายวาจาใจ กรรมชำระสันดานของผู้กระทำให้สะอาด สภาวะอันทำให้เกิดความน่าบูชา

Siripat.Com     Posted: On Friday: May 21, 2012. 11:37:12 AM
  ธรรมเพื่อพิจารณาเตือนสติมิให้ประมาท
“อัปปมาทะ” หมายถึง “ความไม่ประมาท” ความเป็นอยู่อย่างไม่ขาดสติ หรือความเพียรที่มีสติเป็นเครื่องเร่งเร้าและควบคุม ได้แก่ การดำเนินชีวิตโดยมีสติเป็นเครื่องกำกับความประพฤติปฏิบัติและการกระทำทุกอย่าง ระมัดระวังตัว ไม่ยอมถลำลงไปในทางเสื่อม แต่ไม่ยอมพลาดโอกาสสำหรับความดีงามและความเจริญก้าวหน้า ตระหนักในสิ่งที่พึงทำและพึงละเว้น ใส่ใจ สำนึกอยู่เสมอในหน้าที่อันจะต้องรับผิดชอบ ไม่ยอมปล่อยปละละเลย กระทำการด้วยความจริงจัง รอบคอบ และรุดหน้าเรื่อยไป คุณธรรมข้อนี้เป็น “องค์ประกอบภายใน” และเป็น “ฝ่ายสมาธิ”

Siripat.Com     Posted: On Friday: May 22, 2012. 11:20:45 AM
  โยคาวจรแห่งฌานสมาธิและวิปัสสนาสมาธิ
ในการประพฤติปฏิบัติธรรมนั้น มีผู้ปฏิบัติหลายคนยังคงสับสนกับกับคำว่า “สมาธิ” พอสมควร เพราะในการเจริญสมาธิภาวนานั้น แยกออกเป็น ๒ ด้าน ได้แก่ (๑) การเจริญสมถกัมมัฏฐาน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อความสงบเยือกเย็น คือ ปัสสัทธิ ได้แก่ ๑. กายปัสสัทธิ คือ ความสงบแห่งกองเจตสิก และ ๒. จิตตปัสสัทธิ คือ ความสงบแห่งจิต ผู้ปฏิบัติจะเดินหน้าไปสู่การบรรลุผลของสมถะ คือ การได้ “ฌาน” คือ การเพ่งอารมณ์จนใจแน่วแน่เป็นอัปปนาสมาธิ หรือภาวะจิตสงบประณีต ซึ่งมีสมาธิเป็นองค์ธรรมหลัก ซึ่งมีการพัฒนาด้วยองค์ฌาน ๕ องค์ ได้แก่ วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา หรือ “สมาบัติ” คือ ภาวะสงบประณีตที่พึงเข้าถึงด้วยการบำเพ็ญเพียรแห่งตบะ เช่น ฌานสมาบัติ ผลสมาบัติ เป็นต้น

 
สิ้นสุดการแสดงผลไฟล์ Siripat RSS Feed   

  พุทธพจน์     (The Words of the Buddha)
“ยงฺกิญฺจิ สมุทยธมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมนฺติ”
สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหลายมีความดับไปเป็นธรรมดา
Any reality rises naturally and all of them also fall naturally.
   
อ่านบทความส่งเสริมการพัฒนาปัญญา
กลุ่มคณาจารย์บริหารโครงการ
English Program Project of EPAcademy.com 2005
วิทยาทานไวยาวัจจ์
The Teaching Verification License Service Porject 
Qualified for Non-Thai Teachers in Thailand 
The Prototype Project [2005-2006] 

Mr. Nithee Siripat, Dr. Areewan Iamsa-ard [Project Director], Dr. Amnuay Deshchaisri,
Mr. Sevket Simsek, and Mr. Prasert Limsukkawat
Bansomdejchaopraya Rajabhat University © The Faculty of Education Take a look at the Great Project, please!





สิรภัทร ศิริพัฒน์
  พาหุสัจจะ (Great Learning)

หลายคนอาจสงสัยว่า การหันหน้าเข้าวัด คือ การหมดหนทางต่อสู้ในชีวิต หรือ การยอมแพ้ ความจริงเป็นเรื่องตรงกันข้าม เพราะเราเข้าหา “พระอริยสงฆ์” ผู้ประเสริฐด้วยวิชชาและจรณะเพรียบพร้อม เหนือมนุษย์ปกติทั่วไป ผู้ยังมีกิเลสครอบงำจิตใจทุกขณะ “พาหุสัจจะ” คือ ความเป็นผู้ได้ศึกษาเล่าเรียนมาก สิ่งนี้ คือ คุณสมบัติอย่างหนึ่งของผู้ที่จะเป็น บัณฑิตทางโลก ส่วน สัตบุรุษทางธรรม นั้น กำลังท้าทายพวกเราอยู่ว่า มีจิตใจมุ่งมั่นแค่ไหน

    | Main Page | About Us | Academics | Log In | Email | Contact Us View Log File
 Bye-Bye. Guest!... See you again.   
การระดมสมองกันนั้น
ย่อมเกิดปัญญาและความสำเร็จได้
Brainstorming Brings out Wisdom and Success

 Join Us to Develop Yourself
     Clean... Calm...  Bright...





Copyright © 2001 –
Siripat.com and Academiae Network. All rights reserved. 

The content contained herein is being provided to you for information purposes only. No information or materials posted on this site are intended to constitute
a legal or binding relationship. Siripat.com makes no warrants or claims as to the accuracy of content posted on this website.
To the full extent permissible by applicable law, we disclaim all warranties, express or implied and will not be liable for any damages of any kind arising
from the use of this site, including but not limited to direct, indirect, incidental punitive and consequential damages.


Terms of Use and Service | Privacy Policy | Disclaimer