.

อารัมภบท

Preface

 

 

ขอน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
 In Honor of the Blessed One of the Fully Enlightened One

By Nithee Siripat – Siripat.com and Academiae Network. 2014

Your Reading Number:  891  

 

    File Download of Reading References

 
Dictionary of Numerical Dhammas — พจนานุกรมพุทธศาสน์ หมวดธรรม
  Dictionary of Buddhist Terms — พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์
 
 

บทความที่ ๕ ประจำปี ๒๕๕๗ – อารัมภบท

อารัมภบท

 

เนื้อหาสาระในการศึกษาปฏิบัติธรรมเกี่ยวเนื่องในความรู้ภาคทฤษฎี เพื่อนำไปปฏิบัติด้วยขั้นตอนที่ถูกระเบียบวิธีวิทยาศาสตร์ เพื่อให้มีความทัดเทียมคู่ขนานกับความรู้ทางโลก ที่เรียกว่า “ปัญญาสามัญ” มี ๒ อย่าง ได้แก่ (๑) “จินตามยปัญญา” คือ การทำ “โยนิโสมนสิการ” ที่สืบเนื่องในตน การคิดอย่างถูกวิธีพิจารณาสืบค้นด้วยอุบายที่มีเหตุผลที่แยบคายในใจ กับ (๒) “สุตมยปัญญา” คือ การศึกษาเล่าเรียนจากผู้อื่นที่เป็นแหล่งความรู้ นั่นคือ “ปรโตโฆสะ” แต่ในทางธรรมนั้น คือ “อธิปัญญา” เรียกว่า (๓) “ภาวนามยปัญญา” คือ ปัญญาหยั่งรู้จาก การเจริญฌานสมาธิ เพื่อหมายเอา “จตุตถฌานจิต–จิตประภัสสร” ซึ่งเป็นภาวะจิตที่ปราศจากนิวรณ์ ที่ทำให้เกิด “ญาณทัสสนะ” –ปัญญาทัสสนะ คือ การเห็นด้วยปัญญาในการหยั่งรู้ด้วยญาณ อันเป็น “จิตตัววิปัสสนา” –สมาธิในวิปัสสนา กับ การเจริญวิปัสสนาญาณ คือ ความรู้ที่คมชัดที่เกิดขึ้นในภูมิแห่งวิปัสสนา เพราะฉะนั้น เนื้อหาสาระจึงเป็นเรื่อง “นามธรรมขั้นสูง” ที่ประกอบด้วย (๑) “อำนาจพลังแห่งสมาธิ–อธิจิตต์” ได้แก่ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ อันมีพลังที่ดับกิเลสอย่างกลาง “ปริยุฏฐานกิเลส” เช่น นิวรณ์ ๕–อุปกิเลส ๑๖ และ (๒) “อำนาจพลังแห่งปัญญา–อธิปัญญา” ได้แก่ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ อันมีพลังที่ดับกิเลสอย่างละเอียด “อนุสยกิเลส” เช่น อนุสัย ๗–อาสวะ ๔–สังโยชน์ ๑๐

โดยพื้นฐานแห่งอริยมรรคนั้น ผู้ปฏิบัติธรรมต้อง มีศีลวัตรบริสุทธิ์ [อธิศีล] เช่น ศีล ๕–ศีล ๘ เพื่อที่จะดับกิเลสอย่างหยาบ “วีติกกมกิเลส” ไม่ทุศีล ดังนั้น การทำความเข้าใจในความสัมพันธ์แห่งหลักธรรมทั้งหลายด้วยการเจริญปัญญาใน “โยนิโสมนสิการ” เพื่อให้เกิด “ปัญญา–ความรอบรู้ลึกซึ้ง”“ญาณ–ความรู้ที่คมชัด”“ญาณสัมปยุตต์” ๑ ย่อมเป็นกระบวนการคิดที่พิจารณาจำแนกแจกธรรม ที่สามารถหาข้อสรุปทั่วไปได้ อันเป็นภาพรวมเชิงทฤษฎี ที่เป็นความเข้าใจที่ถูกต้อง คือ “สัมมาทิฏฐิ”

ฉะนั้น จุดประสงค์สูงสุดโดยปรมัตถ์แห่งการปฏิบัติธรรมนั้น เพื่อให้เกิด “ปัญญาเห็นธรรม” คือ “อริยธรรม–พุทธธรรม” ได้แก่ “อริยศีล–อริยสมาธิ–อริยปัญญา–อริยวิมุตติ” ซึ่งจะกลายเป็นปัญญาแตกฉาน คือ “ปฏิสัมภิทา ๔–ปฏิสัมภิทาสัมปทา” ซึ่งเป็นคุณบทแห่งอริยบุคคล–พระโยคาวจรขีณาสพ–พระอรหันต์ ได้แก่ (๑) ความถึงพร้อมปัญญาแตกฉานด้าน ความหมาย–อัตถปฏิสัมภิทา (๒) ความถึงพร้อมปัญญาแตกฉานด้าน ธรรม–ธัมมปฏิสัมภิทา (๓) ความถึงพร้อมปัญญาแตกฉานด้าน ภาษา–นิรุตติปฏิสัมภิทา และ (๔) ความถึงพร้อมปัญญาแตกฉานด้าน ไหวพริบ–ปฏิภาณปฏิสัมภิทา ด้วยเหตุผลนี้ ผู้ปฏิบัติธรรมจึงต้องมุ่งมั่นในการปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม คือ “ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ” ที่พรั่งพร้อมด้วย ทั้ง (๑) “ภาคทฤษฎี” และ (๒) “ภาคปฏิบัติ” ที่สอดคล้องเป็น “เอกภาพ” เดียวกัน ให้หมั่นประกอบความเพียร “วิริยะ” และความอดทน “ขันติ” เพื่อที่จะบรรลุเอกอุดมอันเป็นเลิศสูงสุดถึง “ความตรัสรู้สัมโพธิญาณ” อันเป็นที่สุดรอบแห่งชีวิตนี้.

   

 

 [Last Modified: November 1, 2015]  

 

 

 

Visitor Number:
5033558