CHARITY DISTRIBUTION FILES
2600 YEARS
PLEASE DOWNLOAD THE NEW REVISED VERSION   
Download Lastest Version
THE ABSOLUTE TRUTHS NEVER DIE BY THE BUDDHA   
แก่นสารแห่งพุทธธรรม
Visit Siripat.Com
   Return to Siripat.com and Academiae Network
  คำแนะนำ   
 
การเจริญภาวนาให้เกิดญาณสัมปยุตต์แห่งปรมัตถสัจจะด้วยปัญญาภูมิอันพึงเกิดแด่โยคาวจรทั้งหลาย   
 
ความตรัสรู้อริยสัจจ์ย่อมเป็นสมุฏฐานแห่งสัพพัญญุตญาณอานิสงส์อันไพบูลย์ด้วยปัญญาญาณ   
 ท่านสามารถศึกษาธรรมะผ่านไฟล์ Text–WordDoc–PDF–HTML–ASP และ JAVA Script Webpages  
Download Now
Download Now
พุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี แห่งความตรัสรู้
 เชิญชาวพุทธร่วมฉลองด้วยการศึกษาอริยธรรมและประพฤติพรหมจรรย์แห่งพระธรรมวินัยนี้
Download Siripat RSS Feed
Check Out
 
รู้อยู่ที่ใจ ดูอยู่ที่ใจ เห็นอยู่ที่ใจ        
เพ่งอยู่ที่ใจ กำหนดอยู่ที่ใจ         
          ให้เห็นความแจ้ง ความสว่าง ความสงบ ขึ้นในใจ     หลวงปู่ทา จารุธัมโม
คำถาม FAQ อาจารย์นิธี ศิริพัฒน์    
ฉบับเฉลิมฉลอง “พุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี” ใน “วันวิสาขบูชา–มาฆบูชา–อาสาฬหบูชา“ ตลอดปี    
Siripat.Com and Academiae Network    
    You're Visiting the Buddhism Webpage. Enjoy Learning the Noble Virtues.
Last Modified:   March 9, 2017 9:05 AM  ||        

 
| Main Page | About Us | Academics | Miscellany | Log In | Email | Contact Us |  
  Hi Guest!... May I have a talk with you. I think it's very nice and useful guidance.  
 
ขนาดอักษรมาตรฐานหน้านี้ 18PT
    ขนาดอังกษร 18 PT     สัพเพเหระกับผู้เขียน Author Miscellancy 2012


Visitor Number:
4705625
มัชฌิมาปฏิปทา (๒๕๕๗)
The Compendium of Dhamma Practice — The Middle Path:
A Way of Prodigy and Liberation
(2014)
 

   มัชฌิมาปฏิปทา: วิถีแห่งอัจฉริยะและความหลุดพ้น (๒๕๕๗)

“ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” [The Kingdom of Righteousness] หมายถึง “พระสูตรว่าด้วยการยังธรรมจักรให้เป็นไป” คือ พระสูตรว่าด้วยการหมุนวงล้อธรรม (อาณาจักรธรรม) เป็นชื่อของ “ปฐมเทศนา” คือ “พระธรรมเทศนาครั้งแรก” ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระปัญจวัคคีย์ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ หลังจากวันตรัสรู้สองเดือน โดยมีสาระสำคัญ ๒ นัย ดังนี้

(๑) ประการแรก ว่าด้วย:  “มัชฌิมาปฏิปทา” [The Middle Path] หมายถึง “ทางสายกลาง” นั่นคือ ข้อปฏิบัติเป็นกลางๆ ไม่หย่อนจนเกินไปและไม่ตึงจนเกินไป ไม่ข้องแวะหรือเว้นที่สุด ๒ อย่าง (อันตา) ได้แก่ (๑) “กามสุขัลลิกานุโยค” คือ การหมกมุ่นอยู่ด้วยกามสุข และ (๒) “อัตตกิลมถานุโยค” คือ การประกอบความลำบากเดือดร้อนแก่ตนเอง การบีบคั้นทรมานตนให้เดือดร้อน หรือกล่าวได้อีกนัยหนึ่งว่า “ทางแห่งปัญญา” (เริ่มด้วยปัญญาดำเนินด้วยปัญญา นำไปสู่ปัญญา ๑) อันพอดีที่จะให้ถึงจุดหมาย คือ ความดับกิเลสและความทุกข์ หรือความหลุดพ้นเป็นอิสระสิ้นเชิง ได้แก่ “อริยมรรคมีองค์ ๘” (อริยอัฏฐังคิกมรรค) ซึ่งประกอบ ๓ หลักการศึกษาพัฒนาตน ดังนี้ (๑) สัมมาทิฏฐิ–สัมมาสังกัปปะ ที่เรียกว่า “อธิปัญญาสิกขา” คือ สัมมาปฏิปทาที่ดับกิเลสอย่างละเอียด นั่นคือ “อนุสยกิเลส” เช่น สังโยชน์ ๑๐–อาสวะ ๔ (๒) สัมมาวาจา–สัมมากัมมันตะ–สัมมาอาชีวะ ที่เรียกว่า “อธิสีลสิกขา” คือ สัมมาปฏิปทาที่ดับกิเลสอย่างหยาบ นั่นคือ “วีติกกมกิเลส” เช่น กายทุจริต ๓–วาจาทุจริต ๔ และ (๓) สัมมาวายามะ–สัมมาสติ–สัมมาสมาธิ ที่เรียกว่า “อธิจิตตสิกขา” คือ สัมมาปฏิปทาที่ดับกิเลสอย่างกลาง นั่นคือ “ปริยุฏฐานกิเลส” เช่น นิวรณ์ (กามฉันทะ–พยาบาท–ถีนมิทธะ–อุทธัจจกุกกุจจะ–วิจิกิจฉา–อวิชชา–อรติ–อกุศลธรรมทั้งปวง) เป็นที่สุด

(๒) ประการหลัง ว่าด้วย: “อริยสัจจ์ ๔” [The Four Noble Truths] หมายถึง “อริยสัจจธรรม” นั่นคือ ความจริงอันประเสริฐสุดเยี่ยม ความจริงของพระอริยะ ความจริงที่ทำให้ผู้เข้าถึงกลายเป็นอริยะ อันเป็นสัจจธรรมที่เป็นสากลแห่งธรรมชาติทั้งปวง ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ อันทำให้พระองค์สามารถปฏิญาณว่าได้ “ตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ” (ญาณคือความตรัสรู้เองโดยชอบอันยอดเยี่ยม) สำหรับหลักธรรม “อริยสัจจ์ ๔” นี้ เรียกว่า “อริยสัจจธรรม” (ตถตา–ความเป็นอย่างนั้นแห่งสัจจธรรม [ธัมมฐิติ–ธรรมนิยาม–กฎธรรมชาติ] ความเป็นเช่นนั้น ภาวะที่สิ่งทั้งหลายทั้งปวงเป็นของมันอย่างนั้นเอง คือ เป็นไปตามเหตุปัจจัย อันมิใช่เป็นไปตามความอ้อนวอนปรารถนา หรือการดลบันดาลของใครๆ ก็ได้ เป็นชื่อหนึ่งที่ใช้เรียกกฎ “ปฏิจจสมุปบาท” หรือ “อิทัปปัจจยตา” ในอริยสัจจธรรมดังกล่าว ประกอบธรรม ๔ ประการ ได้แก่

(๑) “ทุกข์–ทุกขอริยสัจจ์” [The Universality of Suffering] คือ ความทุกข์ สภาพที่ทนได้ยาก สภาวะที่บีบคั้น ขัดแย้ง บกพร่อง ขาดแก่นสารและความเที่ยงแท้ ไม่ให้ความพึงพอใจแท้จริง ได้แก่ ชาติ ชรา มรณะ การประจวบกับสิ่งอันไม่เป็นที่รัก การพลัดพรากจากสิ่งที่รัก ความปรารถนาไม่สมหวัง โดยย่อว่า “อุปาทานขันธ์ ๕ เป็นทุกข์”

(๒) “ทุกขสมุทัย–ทุกขสมุทัยอริยสัจจ์” [The Universality of the Cause of Suffering] คือ เหตุเกิดแห่งทุกข์ สาเหตุให้ทุกข์เกิด ได้แก่ “ตัณหา ๓” คือ กามตัณหา–ภวตัณหา–และ–วิภวตัณหา

(๓) “ทุกขนิโรธ–ทุกขนิโรธอริยสัจจ์” [The Universality of the Cessation of Suffering] คือ ความดับทุกข์ ได้แก่ ภาวะที่ตัณหาดับสิ้นไป ภาวะที่เข้าถึงเมื่อกำจัดอวิชชา สำรอกตัณหาสิ้นแล้ว ไม่ถูกย้อม ไม่ติดข้อง หลุดพ้น สงบ ปลอดโปร่ง เป็นอิสระ คือ “นิพพาน”

(๔) “ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา–ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจจ์” [The Universality of the Path Leading to the Cessation of Suffering] คือ ปฏิปทาที่นำไปสู่ความดับแห่งทุกข์ ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ ได้แก่ “อริยอัฏฐังคิกมรรค” หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “มัชฌิมาปฏิปทา” แปลว่า “ทางสายกลาง” ในมรรคมีองค์ ๘ อันประเสริฐสูงสุด นี้ สรุปลงใน “ไตรสิกขา” คือ “ศีล–สมาธิ–ปัญญา” เรียกเต็มว่า “อธิสีลสิกขา–อธิจิตตสิกขา–อธิปัญญาสิกขา”

นอกจากนี้ ตามนัยแห่งธรรมจักรที่ทำให้เกิดปัญญาเห็นธรรมตามที่เป็นจริงแน่นอน ไม่เป็นอย่างอื่นจากกำหนดแห่งธรรมดานั้น คือ ในขณะสมัยนั้น ท่านโกณฑัญญะ หัวหน้าคณะปัญจวัคคีย์ เมื่อสดับฟังพระธรรมเทศนานี้แล้วได้ “ดวงตาเห็นธรรม” (ธรรมจักษุ) หมายถึง ความรู้เห็นตามเป็นจริงด้วยปัญญาว่า “สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดมีความดับเป็นธรรมดา” นั่นคือ ได้บรรลุอธิคมธรรมในขั้น “โสดาปัตติมรรค” หรือ “โสดาปัตติมัคคญาณ” คือ ญาณอันเป็นปัญญาหยั่งรู้ที่ทำให้เป็นโสดาบัน และขอบวชเป็นพระภิกษุรูปแรก เรียกว่า “เป็นปฐมสาวก” ฉะนั้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจถูกต้องในอรรถว่า “ดวงตาเห็นธรรม” อันเกี่ยวข้องกับ “สังขตธรรม” [สภาพปรุงแต่ด้วยปัจจัยตามสัญเจตนาหรือความจำนงของมนุษย์ คือ นามรูปแห่งขันธ์ ๕ (มนสิการโดยปัญญาในปฏิจจสุมปบาท (ปัจจยปริคคหญาณ หรือ ธัมมฐิติญาณ หรือ กังขาวิตรณวิสุทธิ) และไตรลักษณ์ (สัมมสนญาณ หรือ กลาปสัมมสนญาณ หรือ มัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิ) ที่จิตใจสหรคตด้วย ตัณหา และ ทิฏฐิ (วัฏฏะ)] โดยตรงในการบำเพ็ญภาวนากัมมัฏฐาน ดังรายละเอียดเพิ่มเติมต่อไปนี้

 

ว่าด้วย สหวุตติ–เอกุปปาทะ–เอกนิโรธะ–เอกนิสสยะ
    (พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย มหานิทเทส เล่ม ๕ ภาค ๑ - หน้าที่ 70 FILE 65)

“สังขตธรรม”
“สหวุตติ” คือ มีความเป็นไปร่วมกัน
(๑) “เอกุปปาทะ” คือ ทั้งเกิดขึ้นด้วยกันพร้อมเป็นอันเดียว
(๒) “เอกนิโรธะ” คือ ทั้งดับด้วยกันพร้อมเป็นอันเดียว  
(๓) “เอกนิสสยะ” คือ มีมหาภูตรูปเป็นที่อาศัยร่วมกันเป็นอันเดียว
(๔) “เอการัมมณะ” คือ มีอารมณ์เดียวกัน

สำหรับธรรมบางเหล่า [สังขตะ–สังขตธรรม–ขันธ์ ๕ แห่งวัฏฏะ] นั้น ให้มนสิการกรรมฐาน โดยจัดเป็น อาการแห่งสามัญลักษณะ [Universality] โดยไตรลักษณ์ พร้อมด้วยการทำ โยนิโสมนสิการ (ปฏิจจสมุปบาท–ปัจจยาการ) ซึ่งเป็นการอธิบายถึงสภาวะแห่งปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ [Natural Phenomena] ที่เรียกว่า “สภาวธรรม–ปรมัตถสัจจะ” [Absolute Truths] โดยพุทธพจน์: “ยงฺกิญฺจิ สมุทยธมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมนฺติ” นั่นคือ สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหลายมีความดับไปเป็นธรรมดา ซึ่งให้พิจารณาธรรมทั้งหลายตามเกณฑ์ ดังนี้
(๑) “สหคตะ” คือ เกิดร่วมกัน
(๒) “สหชาตะ” คือ เกิดพร้อมกัน
(๓) “สังสัฏฐะ” คือ ระคนกัน
(๔) “เอกุปปาทะ” คือ เกิดขึ้นในขณะเดียวกัน
(๕) “เอกนิโรธะ” คือ ดับในขณะเดียวกัน
(๖) “เอกวัตถุกะ” คือ มีที่อาศัยเดียวกัน
(๗) “เอกนิสสยะ” คือ มีที่อาศัยร่วมกันเป็นอันเดียว
(๘) “เอการัมมณะ” คือ มีอารมณ์เดียวกัน [จิต]

รายละเอียดเพิ่มเติม
(๑) “สหชาโต” เพราะอรรถว่าเกิดในขณะเดียวกัน
(๒) “เอกวตฺถุโก” คือ มีที่อาศัยเดียวกัน ความว่า มีวัตถุเดียวกันเพราะอรรถว่าเป็นที่ตั้ง
โดยกำหนดที่ตั้งอันเดียวกัน เป็นที่ตั้งเว้นระหว่างที่ตั้ง

จบ ว่าด้วย สหวุตติ–เอกุปปาทะ–เอกนิโรธะ–เอกนิสสยะ ---------------------------------------


ข้อพิจารณาธรรมโดยปรมัตถ์

การปฏิบัติอริยธรรมในพระพุทธศาสนานั้น ให้เห็นความสำคัญยิ่งแห่งการพัฒนาปัญญาเห็นธรรมตามที่เป็นจริง คือ กฎธรรมชาติ (Natural Law) ที่เรียกว่า “ธรรมจักษุ” ไม่ใช่การถือยึดความเห็นตนเป็นใหญ่ว่าเป็นจริง (ฟุ้งซ่าน) จนรุกรานไปรวมกับ มิจฉาทิฏฐิ อันมีรากเหง้าวิวัฒน์มาจากอกุศลธรรมทั้งหลาย โดยเฉพาะ ความไม่รู้จริงในธรรมทั้งหลาย นั่นคือ “อวิชชา” [Nascience] เพราะฉะนั้น ในการปฏิบัติที่เหมาะควรแก่ธรรมจึงเป็นการรวมเขตพรหมแดนองค์ความรู้ ๓ อย่าง เข้าด้วยกัน ได้แก่ (๑) ศาสนา [Religion] นั่นคือ พระพุทธศานา [Buddhism] (๒) ปรัชญา [Philosophy] นั่นคือ พุทธปรัชญา [The Philosophy of Buddhism] และ (๓) วิทยาศาสตร์ [Science] นั่นคือ พุทธศาสตร์ [The Science of Buddhism] ตามลำดับ โดยถือเป็นองค์รวมอย่างเดียวกัน และให้พิจารณาตาม หลักอิทัปปัจจยตา (ปฏิจจสมุปบาท–ทิพพจักขุญาณ) ปฏิสังยุตกับหลักอภิธรรม ที่เรียกว่า “ปัจจัย ๒๔” อันเป็นสภาวธรรมที่มีสมมติฐานตั้งอยู่บน หลักไตรลักษณ์ (อนิจจตา–ทุกขตา–อนัตตตา) โดยพิจารณาอยู่เนื่องพร้อมด้วย อสุภะ (อสุภนิมิต) คือ ความไม่งามทั้งหลาย ความไม่เพลิดเพลินทั้งหลายใน สังขตธรรม หรือสิ่งถูกปรุงแต่งด้วยกิเลสอันเป็น โลกธรรมแห่งโลกียธรรม ซึ่งตรงข้ามกับ อสังขตธรรม (นิพพาน–โลกุตตรธรรม) ด้วยเหตุนี้ การกำหนดจิตให้พิจารณา สภาวธรรม (ปรมัตถสัจจะ) ทั้งหลาย ที่เรียกว่า “วิปัสสนากรรมฐาน” จึงต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ใน เบญจขันธ์ (นามรูป: วัฏฏะ กับ วิวัฏฏะ) ทั้งแปรสภาพอยู่ใน สังขตธรรม กับ อสังขตธรรม เพื่อให้สอดคล้องกับหลักแนวคิดใน เส้นทางสายกลางแห่งปัญญา คือ มัชฌิมาปฏิปทา (เริ่มด้วยปัญญา–ดำเนินด้วยปัญญา–นำไปสู่ปัญญาอันยิ่ง โดยถือแนวทางปฏิบัติจริงตาม อริยมรรคมีองค์ ๘ ที่สัมปยุตต์ด้วย ไตรสิกขา (ศีล–สมาธิ–ปัญญา) เพื่อให้เห็น ความแจ้งความสว่างความสงบ ๑ ขึ้นในใจ ด้วยปรมัตถธรรม ที่เรียกว่า “อริยสัจจ์ ๔ ” ถึงพร้อมด้วย อัทธา ๓ (กาลทั้ง ๓ นั่นคือ เหตุผลที่สืบเนื่องกันใน อดีต อนาคต และ ปัจจุบัน) และ อิทัปปัจจยตา อันเป็นปฏิปักษ์กับ “อวิชชา ๔–อวิชชา ๘” นั่นเอง ดังนั้น ตามนัยสำคัญแห่งอรรถของธัมมานุธัมมปฏิปัตติ ปัญญาญาณทั้งหลายต้องเกิดจาก ญาณสัมปยุตต์ (ประกอบด้วยปัญญาหยั่งรู้ด้วยญาณ = โยนิโสมนสิการ) ไม่ใช่ ญาณวิปยุตต์ (ไม่ประกอบด้วยปัญญา = อโยนิโสมนสิการ) ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่สุดแห่งการบรรลุถึงความตรัสรู้สัมโพธิญาณแห่งพระธรรมวินัยนี้

  Directory of Updated Article Archives
    Special Annual Articles — บทความพิเศษประจำปี


Mirali Shah
 จิตที่ผ่องใส
หน้าตาก็เบิกบาน
  My Opinions — ความคิดเห็นส่วนตัว
 

It’s true to realize that human beings can utilize their insightful knowledge to perceive some phenomena over time and place constraints. So, this Buddhism–oriented expertise dominates entire humankind supernormal–knowledge because it begins on a noble morality basis.

ความจริงที่เราประจักษ์ว่า มนุษย์สามารถรับรู้ปรากฏการณ์ เหนือข้อจำกัดเวลาและสถานที่ด้วยปรีชาหยั่งรู้แห่งญาณทัสสนะ ฉะนั้น ความชำนาญการแบบพุทธะนั้น จึงอยู่เหนือความรู้แจ้งทั้งหมดของมนุษยชาติ อันมีพื้นฐานมาจากจริยธรรมที่ประเสริฐแล้ว

จงอ่านบทความทั้งหมดด้วยอำนาจแห่งความเพียร มีสัมปชัญญะ และมีสติ ย่อมเกิดปัญญา
Read all papers with a power of diligence, awareness and mindfulness to obtain wisdom.  
 
  ในการศึกษาบทความพุทธธรรมนั้น ผู้ศึกษาค้นคว้าพระสัจจธรรมทั้งหลาย ต้องอาศัยคุณสมบัติที่จะก้าวถึงความตรัสรู้ นั่นคือ (๑) ปัญญา กับ (๒) กรุณา ที่จิตสหรคตด้วยขันติธรรมอย่างลึกซึ้งถึงสุดรอบแห่งชีวิตนี้เท่านั้น เพราะสาธุชนทั่วไปยังไม่ใช่อริยบุคคลที่แท้จริง จิตยังสัมปยุตต์ด้วยอกุสลธรรมทั้งหลาย จึงทำให้รู้แจ้งเห็นจริงโดยปรมัตถ์ได้ยากยิ่งอย่างแท้จริง ต้องอาศัยสัมปฏิปทาข้อปฏิบัติที่ให้เกิด ปัญญาเห็นธรรม ตามเป็นจริงด้วยจิตปราศจากนิวรณ์ทั้งหลาย ฉะนั้น จึงต้องมีศรัทธาปสาทะในพระรัตนตรัย และเลื่อมใสใน เส้นทางด้วยปัญญาแห่งมัชฌิมาปฏิปทา อันมีพื้นฐานพัฒนามาจากอริยมรรคมีองค์ ๘ เป็นสำคัญ ในการเจริญภาวนาสมาธิในทุกขณะจิต ขอให้ท่านทั้งหลายเจริญในอริยมรรคด้วยสวัสดี
 
 
 

ตรวจสอบสุขภาพจิตวันนี้
เรียนเชิญท่านทั้งหลาย ตรจสอบสุขภาพจิตวันนี้
จิตประภัสสรที่เป็นสมาธิ
แวะเยี่ยมเธอที่ นรา แฟส (Na)

ตรวสอบสุขภาพจิตคุณวันนี้
คุณระงับสงบอุปกิเสลดีแล้วหรือยัง



แวะเยี่ยมเธอที่

ตรวสอบสุขภาพจิตคุณวันนี้
คุณระงับสงบอุปกิเสลดีแล้วหรือยัง



แวะเยี่ยมพวกเขาที่ The Eagles

ตรวสอบสุขภาพจิตคุณวันนี้
คุณระงับสงบอุปกิเสลดีแล้วหรือยัง

  Academic Charity Services Provided by
  Academiae Network and Siripat.Com





สมทบทุนบริจาคสนับสนุนการเผยแพร่พระศาสนา

  Directory of Updated Article Archives
    Special Annual Articles — บทความพิเศษประจำปี

  Check out all archives of Dhamma articles 
   เขียนให้อ่าน เพื่อเป็นวิทยาทานและสืบทอดพระศาสนา...      
   
 

An Evening with
Siripat.Com
ค้นคว้าธรรมยามเย็นกับเรา
วิธีทำบุญอย่างเรียบง่าย

  การแผ่เมตตา – การอนุโมทนาบุญ ที่เรียบง่าย
 


“สพฺเพ สตฺตา อเวรา อพฺยาปชฺฌา อนีฆา สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตุ”

“ขอสัตว์ทั้งหลาย หมดทั้งสิ้น อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย อย่าได้มีทุกข์กายทุกข์ใจเลย จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตน เถิด”
การแผ่เมตตานี้ แบ่งออกเป็น ๓ อย่าง ได้แก่ (๑) “อโนธิโสผรณา” คือ แผ่ไปทั่วอย่างไม่มีขอบเขต ให้ตนเอง คนที่รัก คนกลางๆ คนศัตรูคู่เวร ดังเช่น คำแผ่เมตตาข้างต้น (๒) “โอธิโสผรณา” คือ แผ่ไปโดยจำกัดขอบเขต เช่น ขอให้คนพวกนั้นพวกนี้ จงเป็นสุข และ (๓) “ทิสาผรณา” คือ แผ่ไปเฉพาะทิศเฉพาะแถบ เช่น ขอให้มนุษย์ทางทิศนั้นทิศนี้ จงเป็นสุข

การอนุโมทนาบุญ: การแสดงความยินดีกับการทำดีของผู้อื่น เพียงเห็นดีแล้ว ชอบแล้ว ก็กล่าวคำว่า “อนุโมทนา ...สาธุ” เช่น เลือกอ่านบทความธรรมะจบ ๑ เรื่อง อนุโมทนาบุญให้ผู้เขียนหรือบุคคลต่างๆ โดยเฉพาะบิดามารดาหรือญาติๆ และเจ้ากรรม

 หมายเหตุ: “การทำบุญให้ส่งผลทันการต่อคู่กรรมนายเวรนั้น ให้ตั้งนโม ๓ จบ แล้วกรวดน้ำใต้โค่นต้นไม้ ให้ทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นบุญใหญ่หรือเล็กก็ตาม”

ดาว์นโหลดคู่มือปฏิบัติธรรม 2014
The Compendium of Dhamma Practice   — The Middle Path: A Way of Prodigy and Liberation


  Directory of Updated Article Archives
    Special Annual Articles — บทความพิเศษประจำปี

  Check out all archives of Dhamma articles 
   เขียนให้อ่าน เพื่อเป็นวิทยาทานและสืบทอดพระศาสนา...  
  เพื่อความสะดวก คุณอาจอ่านหรือดาวน์โหลดไฟล์ DOC หรือ PDF ก็ได้  
 
อ่านไฟล์ HTML ทางออนไลน์ คลิกที่ชื่อไฟล์แต่ละหัวเรื่อง  
  Print Files
  บทความพิเศษ พุทธธรรม ประจำปี ๒๕๕๗  |  Special Buddhist Article for 2015 |    
๑.
หน้าปก–สารบัญ (Cover–Contents)
Download Now
Download Now
๒.
บทสรุปย่อ (Synopsis)  
Download Now
Download Now
๓.
ปณิธานอันยิ่งใหญ่ในหลวงปู่ทา จารุธัมโม (Great Dhamma Determination to Grandpa Priest Thaa)  
Download Now
Download Now
๔.
กิตติกรรมประกาศ (Acknowledgements)  
Download Now
Download Now
๕.
อารัมภบท (Preface)  
Download Now
Download Now
๖.
คำนำ (Introduction)  
Download Now
Download Now
๗.
คำแนะนำการอ่าน (Reading Suggestions)  
Download Now
Download Now
๘.
บทที่ ๑ การเจริญภาวนา (Mental Development)  
Download Now
Download Now
๙.
บทที่ ๒ อริยมรรคมีองค์ ๘ (The Noble Eightfold Path)  
Download Now
Download Now
๑๐.
บทที่ ๓ การเจริญสมถภาวนา (Tranquility Development)  
Download Now
Download Now
๑๑.
บทที่ ๔ การเจริญวิปัสสนาภาวนา (Insight Development)  
Download Now
Download Now
๑๒.
บทที่ ๕ การรักษาอารมณ์แห่งกรรมฐาน (Maintaining Meditation Subjects)  
Download Now
Download Now
๑๓.
บทสรุป (Conclusions)  
Download Now
Download Now
๑๔.
เอกสารอ้างอิง (References)  
Download Now
Download Now
๑๕.
ภาคผนวก (Appendices)  
Download Now
Download Now
๑๖.
โพชฌังคปริตร (The Holy Stanzas of The Constituents of Enlightenment)  
Download Now
Download Now
๑๗.
เบญจขันธ์ (The Five Groups of Existence)  
Download Now
Download Now
๑๘.
วิธีเจริญกรรมฐาน ๔๐ (The Forty Meditation Exercises)  
Download Now
Download Now
๑๙.
กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน (Contemplation of the Body)  
Download Now
Download Now
๒๐.
ปัญญาญาณ ๗๓ (Seventy–Three Insightful Knowledge)  
Download Now
Download Now
๒๑.
การพัฒนาทักษะกระบวนการคิด (Thinking Development Skills)  
Download Now
Download Now
 
 
จงอ่านบทความทั้งหมดด้วยอำนาจแห่งความเพียร มีสัมปชัญญะ และมีสติ ย่อมเกิดปัญญา
Read all papers with a power of diligence, awareness and mindfulness to obtain wisdom.  
   
Last Modified:   March 9, 2017 9:05 AM      
 

ดาวน์โหลด  บทความพิเศษ พุทธธรรม ประจำปี ๒๕๕๙  ไว้อ่านที่เครื่องของท่าน

สะดวกในการเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศที่เป็นปัจจุบันทันเหตุการณ์
Siripat.Com and Academiae Network :
http://www.Siripat.Com/Special_Arcticles_2016.xml
 
  ดาวน์โหลดฟรีโปรแกรมอ่าน RSS Feed RSS Feed Reader (www.rssreader.com)
 
   
  พุทธพจน์     (The Words of the Buddha)
“ยงฺกิญฺจิ สมุทยธมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมนฺติ”
สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหลายมีความดับไปเป็นธรรมดา
Any reality rises naturally and all of them also fall naturally.
   
อ่านบทความส่งเสริมการพัฒนาปัญญา
กลุ่มคณาจารย์บริหารโครงการ
English Program Project of EPAcademy.com 2005
วิทยาทานไวยาวัจจ์
The Teaching Verification License Service Porject 
Qualified for Non-Thai Teachers in Thailand 
The Prototype Project [2005-2006] 

Mr. Nithee Siripat, Dr. Areewan Iamsa-ard [Project Director], Dr. Amnuay Deshchaisri,
Mr. Sevket Simsek, and Mr. Prasert Limsukkawat
Bansomdejchaopraya Rajabhat University © The Faculty of Education Take a look at the Great Project, please!





สิรภัทร ศิริพัฒน์
  พาหุสัจจะ (Great Learning)

หลายคนอาจสงสัยว่า การหันหน้าเข้าวัด คือ การหมดหนทางต่อสู้ในชีวิต หรือ การยอมแพ้ ความจริงเป็นเรื่องตรงกันข้าม เพราะเราเข้าหา “พระอริยสงฆ์” ผู้ประเสริฐด้วยวิชชาและจรณะเพรียบพร้อม เหนือมนุษย์ปกติทั่วไป ผู้ยังมีกิเลสครอบงำจิตใจทุกขณะ “พาหุสัจจะ” คือ ความเป็นผู้ได้ศึกษาเล่าเรียนมาก สิ่งนี้ คือ คุณสมบัติอย่างหนึ่งของผู้ที่จะเป็น บัณฑิตทางโลก ส่วน สัตบุรุษทางธรรม นั้น กำลังท้าทายพวกเราอยู่ว่า มีจิตใจมุ่งมั่นแค่ไหน

    | Main Page | About Us | Academics | Log In | Email | Contact Us View Log File
 Bye-Bye. Guest!... See you again.   
การระดมสมองกันนั้น
ย่อมเกิดปัญญาและความสำเร็จได้
Brainstorming Brings out Wisdom and Success

 Join Us to Develop Yourself
     Clean... Calm...  Bright...





Copyright © 2001 –
Siripat.com and Academiae Network. All rights reserved. 

The content contained herein is being provided to you for information purposes only. No information or materials posted on this site are intended to constitute
a legal or binding relationship. Siripat.com makes no warrants or claims as to the accuracy of content posted on this website.
To the full extent permissible by applicable law, we disclaim all warranties, express or implied and will not be liable for any damages of any kind arising
from the use of this site, including but not limited to direct, indirect, incidental punitive and consequential damages.


Terms of Use and Service | Privacy Policy | Disclaimer